อัพเดทล่าสุด 30/03/2020 โดย Wit Sudjaiampun

ทองคำขาว / แพลตตินั่ม / ทอง 90 / ทอง 18K ต่างกันอย่างไร?

แชร์บทความนี้

คุณกำลังสับสนระหว่าง ทองคำขาว ทองขาว กับแพลตตินั่ม อยู่หรือเปล่า?

เมื่อพูดถึง ทองคำขาว ทองขาว แพลตตินั่ม ทอง 90% ทอง 18K ฯลฯ อาจทำให้ใครหลายคนเกิดความสับสน ว่าอันไหนดีกว่ากัน?

นอกจากนี้ ยังมีหลายคนที่กำลังเข้าใจผิดคิดว่า ทองคำขาว กับ แพลตตินั่ม หรือที่หลายคนนิยมเรียกกันว่า ทองขาว เป็นวัสดุเดียวกัน เพราะดูจากภายนอกมีสีขาวๆเงินๆเหมือนกัน

แต่ไม่เหมือนกัน…

เพราะถึงแม้ว่าทั้งสองวัสดุจะมีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกันมาก แต่ความจริงแล้วมีส่วนประกอบต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งรวมไปถึงความแตกต่างด้านราคาที่แตกต่างกันพอสมควร

ยิ่งไปกว่านั้น ไปช่วงหลังๆมักจะได้ยินหลายคนพูดถึงวัสดุพิงค์โกลด์ หรือโรสโกลด์อยู่บ่อยๆ แล้วสรุปว่ามันทำมาจากอะไร? ต่างจากทองคำปกติอย่างไร?

ในบทความนี้ ผมจะมาไขทุกข้อข้องใจ ให้คุณทราบถึงความแตกต่างของวัสดุแต่ละชนิด รวมถึงอธิบายข้อดี-ข้อเสียของทองคำแต่ละแบบ เพื่อให้คุณเข้าใจอย่างละเอียด และสามารถนำไปประกอบการตัดสินใจในการซื้อเครื่องประดับเพชรในอนาคตได้ครับ

ทอง 18K คืออะไร? ต่างจากทอง 90% อย่างไร?

ผมจะเริ่มอธิบายให้คุณเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องเปอร์เซ็นต์ทองกันก่อน เพราะดูเหมือนว่าจะมีหลายท่านที่ไม่เข้าใจ ถึงขนาดที่บางท่านคิดว่าทอง K เป็นของปลอม ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่เลยนะครับ

K ย่อมาจากคำว่า Karat ซึ่งเป็นหน่วยสากลในการวัดเปอร์เซ็นต์ทอง ต่างจาก Carat ซึ่งเป็นหน่วยสำหรับใช้วัดน้ำหนักกะรัตของเพชรพลอย โดยทองคำแต่ละ K จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามเปอร์เซ็นต์ทองที่ใช้ โดยการนำมาหาร 24 เช่น:

  • 24K = ทองคำ 99.99% (นิยมใช้ลงทุนทองคำแท่งทั่วโลก)
  • 23K = ทองคำ 96.5% (นิยมใช้ในแหวนทอง แบบไม่ประดับเพชร)
  • 18K = ทองคำ 75% (มาตรฐานแหวนเพชร Fine Jewelry ที่ใช้ในแบรนด์ European High-End)
  • 14K = ทองคำ 58.3% (นิยมใช้ในงานแหวนเพชร USA)
  • 9K = ทองคำ 37.5% (นิยมใช้ในงานแหวนเพชรราคาถูก)

ส่วนเปอร์เซ็นต์ที่เหลือนอกเหนือจากธาตุทองคำ นั่นก็คือโลหะ Alloy ต่างๆที่จะทำให้เครื่องประดับทองคำนั้นสามารถคงตัวอยู่ได้อย่างแข็งแรง เช่น เงิน (Silver) นิกเกิล (Nickel) ทองแดง (Bronze) และโรเดียม (Rhodium)

ทำไมแหวนเพชร ไม่ใช้ทอง 96.5%?

นั่นเป็นเพราะทอง 96.5% มีเนื้อทองมากเกินไป จึงทำให้เครื่องประดับมีเนื้อนิ่ม และบิดเบี้ยวได้ง่าย จึงไม่สามารถใช้ในงานตัวเรือนฝังเพชรพลอยได้เลย เพราะจะทำให้ยึดเกาะอัญมณีไว้ไม่อยู่ ทำให้เพชรพลอยมีโอกาสหลุดหายได้ง่าย

หากคุณกำลังใส่สร้อยทองที่ซื้อจากร้านทอง ให้ลองสังเกตง่ายๆตรงส่วนตะขอที่ทำจากทอง 96.5% จริงๆ เมื่อคุณใส่ไปนานๆสิ่งที่มักจะพบเจอ คือตะขอบิ่นจากการที่คุณถอดเข้าถอดออกทุกวัน

สรุปว่าทอง 18K หรือทอง 75% คือทองคำคุณภาพสูงและเหมาะสมที่สุด สำหรับงานแหวนทองฝังเพชร หรือเครื่องประดับเพชรอื่นๆ เพราะมีมูลค่าในตัวเองสูง และที่สำคัญมีความแข็งแรง ทนทานมากกว่าทอง 96.5% เหมาะกับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน

ทอง 18K เวลาขายคืน ราคาตกเยอะจริงไหม?

เนื่องจากทองคำ 18K เป็นทองแท้ จึงมีมูลค่าในตัวเองสูงอยู่พอสมควร เมื่อคุณนำไปขายคืนก็จะคิดมูลค่าอยู่ที่ 75% ของราคาทองในวันนั้น (Mark-to-Market) ซึ่งหากมาคำนวนเทียบกับทอง 96.5% จริงๆถือว่าต่างกันเล็กน้อย แตกต่างกับการซื้อมือถือยี่ห้อดัง หรือรถหรูมือหนึ่ง เพราะคุณจะมีโอกาสขาดทุนเยอะกว่าจากการเสื่อมราคา (Depreciation)

ซื้อทอง 14K หรือ 9K ประหยัดกว่าไหม?

เนื่องจากทอง 14K และ 9K มีส่วนผสมของทองคำเพียง 58.3% และ 37.5% ตามลำดับ จึงมีราคาถูกกว่ามาก และนิยมใช้กันในงานแหวนเพชรราคาถูก เพื่อลดต้นทุนของผู้ผลิต

แต่เมื่อสวมใส่ทองเหล่านี้ไปได้ซักระยะหนึ่ง คุณจะพบเจอ 2 ปัญหาหลักๆ คือ อาการทองซีด และ อาการทองกรอบ เพราะโลหะอื่นๆที่ผสมอยู่จำนวนมาก จะทำปฏิกิริยากับสภาพแวดล้อมไปเรื่อยๆ จนทำให้เครื่องประดับเพชรของคุณมีรอยแตกรอยร้าว หรือรอยหัก ซึ่งยากที่จะซ่อมแซมให้กลับมามีสภาพเหมือนเดิม

อ่านเพิ่มเติม: 3 เคล็ดลับเลือกซื้อ แหวนแต่งงานผู้ชาย เซอร์ไพรส์คนพิเศษ!

แพลตตินั่ม (Platinum) คืออะไร?

แร่แพลททินั่ม

แพลตตินั่ม เป็นหนึ่งในโลหะที่มีมูลค่าสูงเกือบจะที่สุดในตารางธาตุ และมักจะใช้ส่วนผสมประมาณ 90-98% ในการผลิตจิวเวลรี เมื่อดูภายนอกจะสวยงามเหมือนกับทองคำขาวมาก อีกทั้งยังมีความคงทนสูงกว่ามาก และจะยังคงดูสวยงามเหมือนเดิม หากคุณทราบวิธีการดูแลอย่างถูกต้อง

หากคุณกำลังตัดสินใจจะซื้อแหวนเพชรแพลตตินั่ม นี่คือข้อดี-ข้อเสียที่คุณควรพิจารณา:

ข้อดี แพลตตินั่ม

  • มีโอกาสแพ้ของผิวน้อย (Hypoallergenic)
  • เป็นวัสดุที่หายากกว่าทองคำ
  • เป็นสัญลักษณ์แสดงความสูงส่ง (คล้ายกับบัตรเครดิตแพลตตินั่ม)
  • มีความแข็งแรงกว่าทองคำขาว เป็นรอยยาก
  • มีสีที่ดูแล้วนุ่มลึกเป็นธรรมชาติมากกว่า White Gold
  • ไม่มีอาการลอกตลอดชีพ จึงไม่ต้องนำไปขัดชุบบ่อยๆ
  • เหมาะกับผู้สวมใส่ที่มีผิวขาว เช่น คนเชื้อสายจีน และฝรั่ง

ข้อเสีย แพลตตินั่ม

  • ราคาสูงกว่าทองคำขาว 30-50% (เมื่อนำมาทำเครื่องประดับ)
  • เพิ่ม-ลดไซส์แหวนได้ยาก เนื่องจากวัสดุมีความเหนียว จึงมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า

ทองคำขาว VS แพลตตินั่ม

แหวนทองคำขาว กับ แหวนแพลตตินั่ม

เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกวัสดุตัวเรือนให้กับแหวนเพชรเม็ดงามของคุณ หลายคนมักจะมีคำถามว่าควรจะเลือกวัสดุอะไรดีระหว่าง ทองคำขาวกับแพลตตินั่ม?

ความแตกต่างหลักของวัสดุทั้งสองหลักๆจะเรื่องแร่ธาตุ ความคงทน และราคา ที่ถึงแม้ว่าเมื่อดูจากภายนอกแล้วทั้งสองจะมีความคล้ายคลึงกันมาก เรียกได้ว่าดูแล้วแทบจะเหมือนกันเกิน 90% โดยแหวนทองคำขาวจะต้องผ่านการชุบโรเดียมเพื่อให้มีลักษณะภายนอกที่ดูเงา ในขณะที่แพลตตินั่มจะเป็นเนื้อวัสดุจริงที่มีความขาวเงาคงทนอยู่แล้ว และจะมีสีที่ที่มืดกว่าเล็กน้อย ให้ความรู้สึกเป็นสีแบบ Deep White Tone ซึ่งดูแล้วมีความเป็นธรรมชาติไม่น้อย

บางคนนิยมเรียกแพลตตินั่มว่า ทองขาว เพื่อไม่ให้ซ้ำกับ ทองคำขาว แต่กลายเป็นการสร้างความสับสนมากกว่าเดิม ทางที่ดีควรเรียกแพลตตินั่มไปตามชื่อเลย เพราะแพลตตินั่มก็คือแร่แพลตตินั่ม (Pt) ส่วนทองคำก็คือแร่ทองคำ (Au) ซึ่งเป็นธาตุคนละชนิด ที่มีลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ทองคำขาว VS แพลตตินั่ม: ส่วนผสม

สำหรับเปอร์เซ็นต์ทองคำที่ใช้ในเครื่องประดับเพชรในเมืองไทย จะมีมาตรฐาน (Industry Standard) อยู่ที่ 18K ซึ่งจะมีเปอร์เซ็นต์ทองคำ และมูลค่ามากกว่าที่นิยมใช้กันในสหรัฐอเมริกาที่ 14K

สำหรับแพลตตินั่มที่นิยมโดยทั่วไปจะนิยมใช้เป็น Platinum 90% หรือ Platinum 95% ซึ่งถ้าให้แนะนำให้คุณเลือกเป็น 90% จะเหมาะสมกว่า เพราะเมื่อนำมาขึ้นเรือนแหวนจะมีโอกาสเป็นรูพรุนได้น้อยกว่า 95% ซึ่งรูพรุนเหล่านี้จะส่งผลให้แหวนมีโอกาสชำรุดได้สูงกว่า

ทองคำขาว VS แพลตตินั่ม: การดูแล

เมื่อคุณสวมใส่เครื่องประดับแพลตตินั่ม เรียกได้ว่าคุณสามารถสบายใจได้ไปตลอดชีวิต เพราะแพลตตินั่มเป็นวัสดุที่มีความทนทานสูงกว่าทองคำขาว 18K มาก จึงไม่ต้องดูแลมากในระยะยาว อีกทั้งสีของวัสดุจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

สำหรับทองคำขาว 18K คุณอาจพบว่าจะเกิดรอยขีดข่วนง่ายกว่า จึงต้องนำไปขัดชุบทุกๆ 3-5 ปี (ในกรณีที่สวมใส่เป็นประจำแบบสมบุกสมบัน) ส่งผลให้ต้นทุนในการดูแลทองคำขาว 18K สูงกว่าในระยะยาว เพราะต้องหมั่นทำความสะอาดและขัดเงาเรื่อยๆบ่อยกว่าทองคำ เพื่อให้คงพื้นผิวที่เรียบเนียนสวยงามเอาไว้เหมือนเดิม

ทองคำขาว VS แพลตตินั่ม: ราคา

ความแตกต่างที่คุณสามารถเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ ราคาของแพลตตินั่มที่สูงกว่าทองคำขาวมากกว่าเยอะในระดับ 30-50%

ถ้าให้วิเคราะห์ในเชิงเศรษฐศาสตร์ คุณจะพบว่าเมื่อเทียบราคาของวัสดุทั้งสองต่อกรัม ถือว่าไม่แตกต่างกันมากนัก แต่เมื่ออธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ การผลิตแหวนแพลตตินั่มซักวงจำเป็นต้องใช้แร่ธาตุจำนวนเยอะกว่า เนื่องจากเป็นธาตุที่มีความหนาแน่นมากกว่า

ในแง่ของการผลิต แพลตตินั่มมีจุดหลอมเหลวสูงกว่าที่อุณหภูมิ 982°C ในขณะที่ ทองคำขาวจะอยู่ที่อุณหภูมิ 732°C เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้ไฟที่ร้อนกว่าในการหลอมแพลตตินั่ม เนื่องจากมีความทนทานสูงมาก

สีของไฟกับความร้อน

อีกทั้งยังต้องสร้างห้องพิเศษสำหรับการผลิต ซึ่งช่างจะให้ช่างผลิตแพลตตินั่มมาผลิตในห้องเดียวกับช่างทองหรือเงินไม่ได้ จึงทำให้กระบวนการแหวนแพลตตินั่มมีราคาสูงกว่าแหวนทองคำขาว

หากคุณชื่นชอบในความคงทนของแพลตตินั่ม และไม่ต้องการกังวลเรื่องการดูแลในระยะยาว แหวนแพลตตินั่มก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย แต่หากงบประมาณมีจำกัดแหวนทองคำขาวก็อาจเพียงพอสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน

ทองคำทั้ง 3 สี

แหวนทองคำ แหวนทองคำขาว แหวนทองโรสโกลด์
การผสมทองคำทั้งสามสี

เมื่อถึงเวลาต้องเลือกวัสดุทองคำ คุณจะสังเกตได้ว่ามีอยู่ตัว 3 ตัวเลือก:

  • ทองคำขาว (White Gold)
  • ทองคำ (Yellow Gold)
  • โรสโกลด์/พิงค์โกลด์ (Rose Gold/Pink Gold)

ทองคำขาว (White Gold) คืออะไร?

ทองคำขาว เป็นอัลลอย (Alloy) หรือโลหะผสมชนิดหนึ่ง ที่ผลิตมาจากการรวมตัวของทองคำเพียวๆ บวกกับโลหะที่มีเนื้อสีขาว เช่น นิกเกิล (Nickel) เงิน (Silver) และพาลาเดียม (Palladium)

ข้อดี ทองคำขาว

  • ประหยัดกว่าแพลตตินั่มมาก
  • มีความทนทานมากกว่าทองคำ เพราะมีส่วนผสมของโลหะที่แข็งแรงกว่า
  • ได้รับความนิยมมากกว่าทองคำ โดยเฉพาะสำหรับแหวนเพชร
  • เพชรที่อยู่บนแหวนเพชรทองคำขาว จะดูขาวกว่าเพชรที่อยู่บนแหวนเพชรทองคำ
  • เหมาะกับผู้สวมใส่ที่มีผิวขาว เช่น คนเชื้อสายจีน และฝรั่ง

ข้อเสีย ทองคำขาว

  • อาจจะต้องนำมาชุบโรเดียมใหม่ทุกๆ 3-5 ปี เพื่อให้ดูเสมือนใหม่ โดยมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย แต่ไม่สูงเท่าแพลตตินั่มแน่นอน

ทองคำ (Yellow Gold) คืออะไร?

ทองคำ ที่ใช้สำหรับเครื่องประดับสวมใส่ ผลิตมาจากทองคำเพียวๆ บวกกับทองแดง (Copper) และสังกะสี (Zinc)

อย่างที่คุณได้ทราบดีแล้ว ว่ายิ่งทองคำมี K มากเท่าไร ก็จะยิ่งมีส่วนผสมของทองคำมาก

ข้อดี ทองคำ

  • มีโอกาสแพ้ของผิว (Hypoallergenic) น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับทองคำทั้ง 3 สี
  • เคยได้รับความนิยมมากที่สุดในแหวนเพชรสมัยก่อน จึงเหมาะกับงานแหวนเพชรสไตล์วินเทจ
  • เป็นสีทองคำที่ดูธรรมชาติมากที่สุด เพราะมีสีเหลือง
  • ดูแลง่ายได้ที่สุด ในทองทั้ง 3 สี
  • เพิ่ม-ลดไซส์แหวนได้สะดวกที่สุด เพราะมีเนื้อนิ่มกว่า
  • ทำให้เพชรน้ำรอง (น้ำต่ำกว่า 92%) ดูขาวขึ้นได้
  • เหมาะกับผู้สวมใส่ที่มีผิวเข้ม เช่น คนเชื้อสายไทย และแขกฝั่งเอเชีย

ข้อเสีย ทองคำ

  • บางท่านอาจไม่ชอบใส่แหวนสีเหลือง

โรสโกลด์/พิงค์โกลด์ (Rose Gold/Pink Gold) คืออะไร?

โรสโกลด์ หรือ พิงค์โกลด์ เป็นคำที่ใช้เรียกทองคำที่มีเนื้อแดงอมชมพู ซึ่งจริงๆแล้วมีความหมายไม่ต่างกัน จึงนิยมเรียกสลับกันไปมา

ส่วนผสมหลักที่จะทำให้โรสโกลด์ดูมีสีชมพู คือ ทองแดง (Copper) ซึ่งหากยิ่งใส่ทองแดงมากเท่าไร ก็จะทำให้ทองคำดูมีสีแดงมากขึ้นเท่านั้น โดยปกติส่วนผสมที่นิยมใช้กันในโรสโกลด์ 18K คือ ทองคำ 75% และทองแดง 25%

ข้อดี โรสโกลด์

  • ได้รับความนิยมอย่างมาก ในกลุ่มวัยรุ่นและคนวัยทำงานยุคใหม่
  • เป็นทองคำที่ดูโรแมนติก เพราะมีสีแดงอมชมพู
  • มีความทนทานสูงสุด ในทองคำทั้ง 3 สี เพราะมีส่วนผสมของทองแดง
  • เหมาะกับผู้สวมใส่ทุกสีผิว

ข้อเสีย โรสโกลด์

  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ทองแดง

สรุป: เลือกสีทองสีไหน ขึ้นอยู่กับคุณ

สำหรับท่านที่ยังตัดสินใจอยู่ ระหว่างทองคำขาวกับแพลตตินั่ม แนะนำให้ลองพิจารณาดูข้อดีข้อเสียอีกรอบ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้เลือกในสิ่งที่เหมาะสมกับคุณที่สุด

แหวนแพลตตินั่ม ถึงแม้ว่าจะมีราคาที่สูงกว่า และปรับไซส์แหวนได้ยากกว่า แต่ในแง่ความคงทน และการดูแลรักษา ก็อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความสบายใจในระยะยาว

ส่วนแหวนทองคำขาว ถึงแม้ว่าจะมีความทนทาน และเป็นรอยได้ง่ายกว่าแพลตตินั่ม แต่หากในอนาคตคุณมีน้ำหนักที่มากขึ้นหรือลดลง ก็สามารถนำแหวนไปปรับไซส์นิ้วได้อย่างไร้กังวล

ส่วนการเลือกสีทองคำ สำหรับแหวนเพชรวงต่อไปของคุณ ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว ซึ่งเป็นเรื่องของสไตล์ล้วนๆ เป็นสิ่งที่แนะนำกันได้ยากครับ

ในการเลือกซื้อแหวนเพชรสักวง คุณอาจต้องใช้เวลาในการตัดสินใจพอสมควร และหากคุณต้องการรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อเราตอนนี้ เพื่อให้เราช่วยคุณค้นหาเพชรน้ำงาม ในแบบที่ใครๆก็ต้องเหลียวมอง ภายในงบประมาณที่เหมาะสมได้

อ่านเพิ่มเติม: 15 แบบแหวนเพชร เจาะลึกทุกสไตล์ฮิต ที่คุณจำเป็นต้องรู้ตอนนี้

สัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวคุณเอง

เดินทางมาหาเราที่หน้าร้าน เพื่อพูดคุยกับนักอัญมณีที่พร้อมจะแบ่งปันความรู้ และให้คุณได้ทดลองสวมใส่ผลงานที่หลากหลาย เพราะนี่คือความพิเศษที่คุณจะได้รับ เฉพาะที่อโบฟไดมอนด์เท่านั้น

ติดต่อเรา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน กรุณาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก