อัพเดทล่าสุด 26/03/2021 โดย Brooke Potduang

ทุกเรื่องที่คุณต้องรู้ เกี่ยวกับการเลือก “เวลเจ้าสาว”

แชร์บทความนี้

“เวลเจ้าสาว” เป็นสัญลักษณ์สำคัญของหญิงสาวที่กำลังจะแต่งงาน เป็นเครื่องประดับผมที่หญิงสาวหลายคนล้วนใฝ่ฝันจะได้สวมใส่สักครั้งในชีวิต โดยเวลเจ้าสาวในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ คุณจะรู้ได้อย่างไร ว่าเวลแบบไหนถึงจะเหมาะกับตัวคุณจริงๆ?

การได้สวมใส่ “เวลเจ้าสาว” หรือผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวในวันแต่งงานสักครั้งในชีวิต ถือเป็นความใฝ่ฝันของหญิงสาวหลายๆคนที่อยากสัมผัสความรู้สึกของการเป็นเจ้าสาวเต็มรูปแบบ เวลเจ้าสาวที่ทำจากผ้าสีขาวเนื้อโปร่ง ให้ความรู้สึกเบาบาง ละมุนละไม และบริสุทธิ์ เป็นสิ่งที่สื่อถึงความรักอันนุ่มนวล เบาสบายและงดงามได้เป็นอย่างดี

เมื่อนึกถึงลักษณะหน้าตาเวลเจ้าสาว ว่าที่เจ้าสาวหลายๆท่านก็คงนึกถึงผ้าตาข่ายหรือผ้าโปร่งยาวระดับหนึ่งที่นำมาประดับบนศีรษะของเจ้าสาวใช่ไหมล่ะคะ แต่คุณสามารถเลือกเวลเจ้าสาวให้เข้ากันกับตัวคุณและงานแต่งงานได้ในหลากหลายรูปแบบ มากกว่าจะเป็นเพียงผ้าคลุมหน้าแบบเรียบๆธรรมดาๆ

โดยในบทความนี้ บรู๊คมีวิธีการเลือกเวลเจ้าสาวสำหรับคุณโดยดูจากหลายๆปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นลักษณะความยาว เนื้อผ้า หรือดีเทลบนเวล ที่ช่วยสร้างความพิเศษให้กับลุคเจ้าสาวของคุณในวันสำคัญ คุณสามารถเลือกเวลที่ใช่ได้อย่างไรบ้าง ไปดูพร้อมๆกันเลยค่ะ

สิ่งที่ต้องคำนึง เวลาเลือก “เวลเจ้าสาว”

เพราะเวลเจ้าสาวมีให้คุณเลือกหลากหลายรูปแบบ จึงดีกว่าถ้าหากคุณยึดถือสิ่งที่ต้องคำนึงต่อไปนี้ เพื่อให้ได้เวลที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณมากที่สุด นั่นก็คือ:

1. สไตล์ของชุดแต่งงานกับ “เวลเจ้าสาว”

ให้คุณลองดูว่าชุดแต่งงานสวยๆของคุณมีรูปทรงและมีสไตล์เป็นแบบใด โดยเวลเจ้าสาวควรช่วยขับเน้นลุคที่คุณต้องการให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น แบบไม่แย่งซีนความโดดเด่นของชุดเจ้าสาว

เช่นเดียวกันกับการเลือกรองเท้าเจ้าสาวและเครื่องประดับเพชรเพื่อเสริมความโดดเด่นให้กับลุคเจ้าสาว หัวใจสำคัญก็คือ “ความสมดุลของลุคโดยรวม” ที่ไม่ดูหนักจนเกินไปหรือดูเรียบง่ายจนเกินไป

ตัวอย่างเช่น ถ้าชุดเจ้าสาวของคุณปักเลื่อมหรือเต็มไปด้วยลูกไม้ทั้งตัว คุณก็อาจเลือกเวลเจ้าสาวเรียบๆเพื่อเสริมลุคให้ดูสมดุลก็เพียงพอแล้ว

แต่ถ้าหากชุดเจ้าสาวของคุณเป็นชุดสไตล์โมเดิร์น หากคุณอยากให้ลุคเจ้าสาวดูอ่อนหวานและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ก็สามารถเลือกเวลเจ้าสาวที่ประดับประดาไปด้วยลวดลาย ทั้งลูกไม้และลายดอกไม้ เพื่อเพิ่มมิติให้กับชุดเจ้าสาวของคุณก็ได้ค่ะ

นอกจากนี้ รูปทรงของชุดแต่งงานก็มีผลกับความยาวของเวลเจ้าสาวเช่นกัน โดยบริเวณที่เวลเจ้าสาวไปจรด จะเป็นบริเวณที่ดึงดูดความสนใจได้มาก จึงต้องควบคุมความยาวให้ลุคโดยรวมยังดูสมดุลได้อยู่ ตัวอย่างเช่น

  1. ชุดแต่งงานทรงตรง (Sheath): เป็นชุดกระโปรงแคบแบบทิ้งชายกระโปรงลงมาตรงๆ เหมาะกับเวลเจ้าสาวแบบยาวถึงพื้นที่ช่วยทำให้ช่วงลำตัวดูยาวและสูงระหง
  2. ชุดแต่งงานทรงหางปลา หรือทรงทรัมเป็ต (Mermaid or Trumpet): ที่แนบไปกับสัดส่วน ช่วยขับเน้นช่วงบริเวณสะโพก แล้วชายกระโปรงบานออกที่ด้านล่าง เหมาะกับเวลที่ดูยาวและแคบในความยาวระดับกลางเป็นต้นไป จะทำให้สะโพกดูไม่ใหญ่เกิน ดูสมส่วนกับรูปแบบของกระโปรงได้ดีที่สุดค่ะ
  3. กระโปรงทรง A-Line และทรง Ballgown: ชุดแต่งงานลักษณะนี้มีกระโปรงที่บานออก ทำให้ดูหรูหราและโรแมนติก เวลเจ้าสาวความยาวตั้งแต่ปลายนิ้วเป็นต้นไปจะช่วยขับเน้นให้สไตล์ของชุดยิ่งดูหรูหราอลังการขึ้นได้อีก

อีกทั้งสีของชุดแต่งงานยังเป็นตัวกำหนดสีของเวลเจ้าสาวให้ไปในแนวทางเดียวกันด้วย เช่น ถ้าชุดเจ้าสาวของคุณมีสีขาวแบบออฟไวท์ คุณก็ควรเลือกเวลที่มีสีขาวออฟไวท์เช่นกัน หรือถ้าชุดแต่งงานของคุณมีสีขาวงาช้าง เวลก็ควรมีสีขาวงาช้างเช่นกันค่ะ

อ่านต่อ: เปิดกรุแบบ “ชุดเจ้าสาว” เลือกชุดที่ใช่ สไตล์คุณ (ตอนที่ 1)

2. ความทางการของงานแต่งกับ “เวลเจ้าสาว”

โดยทั่วไปแล้ว ความยาวและลักษณะของเวลเจ้าสาวจะขึ้นกับความทางการของพิธีการในงานแต่ง เช่น หากคุณมีพิธีแต่งงานภายในโบสถ์คริสต์ที่อาจจะกำหนดให้คุณต้องนำเวลมาคลุมด้านหน้าเพื่อเพิ่มความเป็นทางการ แต่หากงานแต่งงานของคุณไม่ได้มีพิธีที่เป็นทางการมากนัก ก็อาจใช้เวลแบบไม่ต้องคลุมหน้า หรือจะไม่ใส่เวลเลยก็ได้เช่นกันค่ะ

3. ทรงผมเจ้าสาวกับ “เวลเจ้าสาว”

ทรงผมเจ้าสาวที่คุณเลือกมีผลต่อความยาวของเวลเจ้าสาว และในทางกลับกัน ความยาวของเวลก็ส่งผลต่อทรงผมเจ้าสาวที่คุณเลือกด้วย

โดยปกติแล้ว เจ้าสาวมักจะประดับเวลไว้ที่บริเวณเหนือเกล้ามวยพอดี ดังนั้น หากคุณยิ่งเกล้าผมสูงมากเท่าไหร่ เวลก็จะดูสั้นขึ้นเท่านั้น ทำให้เวลาคุณต้องการเลือกเวลเจ้าสาว ก็ให้คำนึงถึงทรงผมที่ต้องการว่าจะเกล้ามวยไปสูงเท่าใด แล้วลองวัดตั้งแต่บริเวณที่จะประดับเวลไปจรดระดับที่ต้องการ จึงจะได้ความยาวของเวลเจ้าสาวที่แท้จริงค่ะ

นอกจากนี้ ยิ่งเวลเจ้าสาวยาวหรือหนักมากเท่าไหร่ ก็ควรเลือกทรงผมเจ้าสาวที่สามารถประดับเวลได้อย่างแน่นหนาไม่หลุดง่ายมากขึ้น เช่นทรงผมแบบเกล้าขึ้นทั้งหมดหรือเกล้าเพียงครึ่งหัว แต่หากคุณเลือกเวลที่ไม่ยาวมากนักก็สามารถปล่อยผมหรือเกล้าผมเพียงหลวมๆก็ได้ค่ะ

อ่านต่อ: 8 เคล็ดลับเลือก “ทรงผมเจ้าสาว” ตามสไตล์ชุดแต่งงาน

ความยาวของ “เวลเจ้าสาว”

ในการเลือกเวลเจ้าสาว ความยาวของเวลที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อลุคโดยรวมของเจ้าสาวเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเวลาเดินเข้าพิธีแต่งงาน ยิ่งเวลดูยาวเท่าไหร่ ก็จะยิ่งดูหรูหรา สง่างาม และดูเป็นทางการมากขึ้นเท่านั้น โดยจะมีความยาวของเวลที่เป็นที่นิยมอยู่ 8 ระดับ นั่นก็คือ:

1. Blusher Wedding Veil ความยาว 30 นิ้ว

เวลเจ้าสาวความยาวในระดับนี้จะยาวเลยไหล่ลงมาจรดที่กลางต้นแขน ให้ลุคดูทันสมัยและไม่เป็นทางการมากนัก โดยเรามักเห็นว่าที่เจ้าสาวหลายๆคนสวมใส่เวลประเภทนี้เวลาไปฉลองปาร์ตี้ก่อนแต่งงานหรือที่เรียกว่าปาร์ตี้ Hen Night กับเพื่อนสาว หรือว่าที่เจ้าบ่าวตอนจะขอแฟนสาวแต่งงาน ก็อาจจะเตรียมเวลความยาวระดับนี้ไว้ให้ว่าที่เจ้าสาวสวมใส่เพื่อเพิ่มความประทับใจก็ได้ค่ะ

2. Elbow Wedding Veil ความยาว 32 นิ้ว

เวลเจ้าสาวความยาวระดับนี้จะยาวจรดข้อศอกของเจ้าสาวพอดี ทำให้ช่วยปกปิดต้นแขนด้านบนได้เป็นอย่างดีหากใส่ชุดเจ้าสาวแบบไม่มีแขน อีกทั้งยังทำให้เจ้าสาวดูสง่างามและดูหรูหรามากขึ้นไปอีกค่ะ

3. Fingertip Length Veil ความยาว 38-40 นิ้ว

เป็นเวลเจ้าสาวที่ทิ้งผ้าลงมาในระดับจรดปลายนิ้ว ยาวปิดสะโพก เป็นความยาวของเวลที่ได้รับความนิยมเพราะดูดีในทุกรูปร่าง อีกทั้งยังช่วยขับเน้นดีเทลด้านหลังของชุดเจ้าสาวให้สวยยิ่งขึ้นหากใช้ผ้าโปร่งมาทำเวลค่ะ

4. Knee Length Veil ความยาว 48 นิ้ว

เวลเจ้าสาวความยาวระดับเข่าจะช่วยเพิ่มความหรูหราและดูโดดเด่นให้กับลุคเจ้าสาวของคุณโดยที่ตัวเวลไม่หนักหรือยาวจนเกินไป การที่ตัวเวลยังคงลอยจากพื้นทำให้คุณสามารถใส่เวลระดับนี้ได้ตลอดทั้งวันงานโดยไม่ต้องลากเวลไปมานั่นเองค่ะ

5. Waltz Wedding Veil ความยาว 60 นิ้ว

หรือที่เรียกอีกชื่อว่าเวลเจ้าสาวแบบ Ballet Veil จะยิ่งเพิ่มความหรูหรามากขึ้นไปอีกด้วยความยาวที่ระดับน่องแต่ไม่เกินข้อเท้า โดยเวลจะยังลอยจากพื้นอยู่ จึงเหมาะกับเจ้าสาวที่ต้องการลุคที่ดูหรูหรามากขึ้นไปอีก แต่ก็ยังอยากใส่เวลตลอดทั้งงาน ความยาวระดับนี้ก็ถือว่าเหมาะที่สุดเลยค่ะ

6. Floor-Length Wedding Veil ความยาว 70 นิ้ว

เวลเจ้าสาวแบบนี้จะมีความยาวที่ระดับพื้นพอดี โดยยาวเท่ากับความยาวของชุดเจ้าสาว ที่เมื่อเวลเจ้าสาวคลุมส่วนกระโปรงด้านหลังก็จะช่วยเพิ่มมิติที่ดูพลิ้วไหว ชวนฝัน เหมาะสำหรับสาวๆที่ต้องการใส่ชุดแต่งงานทรง Ballgown หรือชุดเจ้าสาวทรงตรง (Sheath) ค่ะ

7. Chapel Wedding Veil ความยาว 90 นิ้ว

เวลแบบนี้จะเริ่มมีความยาวระดับลากพื้นโดยยาวกว่าชุดเจ้าสาวเล็กน้อย เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับเจ้าสาวท่านไหนที่ต้องเดินเข้าพิธีในโบสถ์คริสต์ได้อย่างสะดวกไม่เกะกะ โดยหางของเวลที่ลากพื้นระหว่างเดินยิ่งช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับลุคเจ้าสาวทำให้ดูเป็นทางการมากยิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มมิติที่ดูนุ่มนวลให้กับชุดของคุณอีกด้วยค่ะ

8. Cathedral Wedding Veil ความยาว 120 นิ้ว

เวลความยาวระดับนี้ดูหรูหราประหนึ่งว่าเป็นงานแต่งของราชนิกูลกันเลยทีเดียว โดยเวลเจ้าสาวแบบ Cathedral จะทิ้งหางยาวมากที่สุด เพิ่มออร่าเจ้าสาวให้คุณดูสง่างามไม่ว่าจะอยู่ในชุดแต่งงานแบบใดค่ะ

เนื้อผ้าของ “เวลเจ้าสาว”

การเลือกเนื้อผ้าสำหรับเวลเจ้าสาวก็สำคัญไม่แพ้กันกับการเลือกความยาวของเวลเลยค่ะ เพราะเนื้อผ้าของเวลจะเป็นตัวกำหนดความโปร่งแสงและสไตล์ของเวลที่คุณต้องการ โดยเนื้อผ้าที่สามารถนำมาทำเวลได้ จะมีดังนี้ค่ะ:

1. ผ้าทูล (​Tulle)

ผ้า Tulle เป็นเนื้อผ้ายอดนิยมที่ว่าที่เจ้าสาวมักเลือกเพื่อนำมาทำเป็นเวลเจ้าสาว เนื่องจากมีลักษณะเป็นตาข่ายเล็กๆถักทอกันอย่างปราณีต มีเนื้อที่บางเบา หรูหรา และโปร่งแสงมากที่สุด รวมถึงด้วยเนื้อผ้าที่เบาทำให้ผ้ากระจายตัวไปด้านข้างได้เป็นอย่างดี เหมาะจะนำมาทำเป็นเวลขนาดยาวค่ะ

2. ผ้าชีฟอง (Chiffon)

ผ้าชีฟองมีความนุ่มนวลอยู่ในตัวเอง โดยเนื้อผ้ามีความละเอียดและไม่ได้เป็นเนื้อตาข่ายเหมือนผ้าทูล ทำให้ดูทึบ ไม่โปร่งแสงมากนัก จึงดูมีลักษณะทันสมัยมากกว่า เหมาะสำหรับชุดเจ้าสาวที่ต้องการความเรียบง่ายหรือมินิมอลทั้งตัว

และด้วยเนื้อผ้าที่หนักกว่า ทำให้ผ้าทิ้งตัวไม่ฟูฟ่องเหมือนผ้าทูล จึงเหมาะกับเวลเจ้าสาวความยาวขนาดปานกลางหรือใครที่ชอบเวลแบบทิ้งตัวลงมาตรงๆค่ะ

3. ผ้าออร์แกนซ่า (Organza)

ผ้าออร์แกนซ่าก็มีเนื้อผ้าคล้ายคลึงกับผ้าชีฟอง ที่มีความละเอียดและนุ่มนวล แต่เนื้อผ้าจะค่อนข้างแข็งกว่าเนื้อผ้าอื่นๆ ทำให้เวลเจ้าสาวที่ทำจากผ้าออร์แกนซ่าจะค่อนข้างคงรูปไม่ทิ้งตัวลงมากจนเกินไป อีกทั้งเนื้อผ้ายังมีลักษณะมันเงาแต่ก็โปร่งแสงเป็นอย่างมากในเวลาเดียวกัน

เนื้อผ้าเช่นนี้จึงเหมาะกับเจ้าสาวที่กำลังตามหาเวลที่คงรูป ไม่ทิ้งตัวมากเกินไป แต่ก็ยังดูมีความพริ้วไหวและโปร่งแสง เผยให้เห็นถึงรายละเอียดของชุดแต่งงานแบบทันสมัยแต่อ่อนหวานได้เป็นอย่างดี

4. ผ้า English Net

เนื้อผ้าแบบ English Net มีลักษณะเป็นตาข่ายคล้ายกันกับผ้าทูล แต่จะหนากว่า ทำให้เนื้อผ้าไม่ดูฟูฟ่องหรือโปร่งแสงเท่าผ้าทูล แต่เมื่อนำมาทำเป็นเวลเจ้าสาวแล้วกลับดูพริ้วไหวและจับจีบได้สวยสมบูรณ์แบบ

ซึ่งถ้าหากคุณอยากได้เวลเจ้าสาวในลุคงานแต่งของ Kate Middleton ที่ผ้าดูพริ้วไหว โปร่งแสงกำลังดีและดูเป็นทรง ก็ต้องใช้ผ้า English Net แบบนี้เลยค่ะ

ดีเทลบนเวลเจ้าสาว

นอกจากเรื่องความยาวและเนื้อผ้าของเวลเจ้าสาวแล้ว รายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆก็มีความสำคัญต่อลุคเจ้าสาวโดยรวมไม่แพ้กัน โดยรายละเอียดอื่นๆที่คุณควรต้องคำนึงถึงเวลาเลือกเวลเจ้าสาวก็มีดังนี้ค่ะ:

1. เลเยอร์ของเวล

เลเยอร์หรือระดับชั้นของเวลเจ้าสาว มีผลต่อการมองเห็นรายละเอียดต่างๆบนชุดเจ้าสาว โดยถ้าหากรูปแบบเวลยิ่งซ้อนกันหลายชั้น เวลก็จะยิ่งหนาขึ้นและบังรายละเอียดของชุด ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของเจ้าสาวแต่ละคนว่าอยากได้เวลเจ้าสาวแบบโปร่งเห็นรายละเอียดของชุดแต่งงาน หรือชอบเวลแบบทึบที่ช่วยปกปิดรายละเอียดหรือสัดส่วนที่คุณไม่ต้องการเผยให้เห็นได้ค่ะ เราสามารถแบ่งประเภทเลเยอร์ของเวลได้ดังนี้ค่ะ:

  • เวลเจ้าสาวชั้นเดียว: จะเผยให้เห็นรายละเอียดของชุดแต่งงานได้ดีที่สุด เพราะมีลักษณะโปร่งแสงมากที่สุด รวมถึงยังจัดทรงง่ายดูไม่รุงรัง เหมาะกับงานแต่งริมทะเลหรืองานแต่งกลางแจ้งเป็นที่สุดค่ะ
  • เวลเจ้าสาวแบบสองชั้น: คุณมักเห็นเวลเจ้าสาวแบบ 2 ชั้นถ้าหากในพิธีแต่งงานกำหนดให้เจ้าสาวจะต้องนำไว้เอามาคลุมด้านหน้า เมื่อถึงเวลาที่ต้องเปิดผ้าคลุมหน้า เวลก็จะทิ้งตัวลงไปด้านหลังกลายเป็น 2 ชั้นนั่นเองค่ะ โดยเวลแบบ 2 ชั้นนี้ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ดูมีมิติและดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นค่ะ
  • เวลเจ้าสาวแบบ 3 ชั้น: เป็นลักษณะเวลที่ดูหนามากที่สุดและเข้ากันได้กับชุดแต่งงานในทุกแบบ โดยเวลจะยังดูหนาและเป็นทรงอยู่ด้านหลังแม้จะนำเอาเวลชั้นแรกมาคลุมหน้า ดูชวนฝันเอามากๆเลยล่ะค่ะ
  • เวลเจ้าสาวแบบวงรี (Mantilla Veil): เวลเจ้าสาวประเภทนี้จะเป็นผ้าผืนวงรีเพียง 1 ผืน ที่สามารถนำมาคลุมหน้า และเมื่อเปิดผ้าคลุมออกก็จะกลายเป็นเวลรูปแบบ 2 ชั้นที่จับจีบไล่ระดับได้อย่างสวยงามเป็นธรรมชาติ โดยเวลเจ้าสาวลักษณะนี้จะดูโปร่งแสงและบางกว่าเวลเจ้าสาวแบบ 2 ชั้นค่ะ

2. ทรงของ “เวลเจ้าสาว”

ว่าที่เจ้าสาวหลายคนอาจคิดว่าเวลเจ้าสาวมีรูปทรงเดียว แต่อันที่จริงแล้ว คุณสามารถเลือกรูปทรงของเวลได้หลากหลายรูปแบบตามสไตล์ของชุดแต่งงานที่คุณต้องการ โดยทรงของเวลที่คุณควรรู้จักจะมีดังนี้ค่ะ:

  • เวลปลายตรง (Traditional Wedding Veil): เวลรูปแบบนี้จะทิ้งตัวลงมาตรงๆ ไม่ไล่ระดับในส่วนปลายแต่อาจโค้งมนเล็กน้อย โดยส่วนด้านบนจะจับจีบและมักทิ้งตัวลงมาที่ประมาณกลางหลัง ถือว่าเป็นเวลเจ้าสาวรูปแบบมาตรฐานและเป็นที่นิยม รวมถึงสามารถปรับแต่งให้เป็นเวลแบบหลายชั้นได้อีกด้วย

    โดยหากถ้าคุณอยากได้เวลที่ดูฟูฟ่องก็ให้เลือกเวลรูปแบบนี้ แต่ปรับให้มีความกว้างเท่ากับแผ่นหลังของคุณก็ได้ค่ะ

  • เวลทรงน้ำตก (Waterfall Veil): เวลรูปแบบนี้จะเห็นมิติคลื่นลอนบางๆที่ไล่ระดับลงมาจากด้านข้าง โดยด้านข้างจะกว้างกว่าส่วนด้านล่างที่จะดูบางและแคบลง เวลทรงน้ำตกให้ลุคที่ดูพริ้วไหว บางเบาเหมือนสายน้ำ เหมาะกับความยาวตั้งแต่ระดับศอกไปจนถึงความยาวระดับ Waltz แต่ถ้าหากยาวลากพื้นหรือนำมาคลุมด้านหน้าก็อาจจะไม่เหมาะค่ะ
  • เวลทรงหัวใจ (Heart-Shaped Veil): เป็นเวลรูปแบบ 2 ชั้น ที่ด้านข้างกว้างและฟูฟ่อง แล้วค่อยๆแคบลงทำมุมที่ส่วนกลางหลังคล้ายรูปหัวใจ เวลลักษณะนี้ให้ลุคที่ดูน่ารัก อ่อนหวาน และดูไม่เป็นทางการมากนัก แต่จะไม่สามารถนำมาคลุมหน้าได้ รวมถึงเหมาะสำหรับความยาวระดับไหล่ไปจนถึงระดับปลายนิ้วเท่านั้นค่ะ

3. ลวดลายบน “เวลเจ้าสาว”

การเพิ่มลวดลายบนเวลถือเป็นส่วนที่สนุกที่สุดในการออกแบบเวลให้เข้ากับลุคเจ้าสาวของคุณโดยหากชุดเจ้าสาวของคุณเป็นชุดเรียบง่ายแบบมินิมอลแล้วละก็ การเพิ่มกิมมิคให้เวลเจ้าสาวด้วยลวดลายต่างๆที่ดูสวยงามเป็นตัวคุณก็จะยิ่งทำให้ชุดเจ้าสาวของคุณดูโดดเด่น โดยคุณสามารถเลือกลวดลายบนเวลรูปแบบต่างๆได้ดังนี้ค่ะ:

  • เวลเจ้าสาวลายลูกไม้: เวลเจ้าสาวลายลูกไม้จะช่วยเพิ่มความอ่อนหวานโรแมนติกให้กับลุคเจ้าสาวของคุณ โดยเฉพาะหากคุณสวมชุดเจ้าสาวแบบมินิมอลเรียบง่าย ก็จะช่วยเพิ่มมิติให้กับชุดของคุณได้เป็นอย่างมาก

    แต่ถ้าหากชุดเจ้าสาวของคุณเป็นชุดลายลูกไม้อยู่แล้ว ก็สามารถเลือกเวลลายลูกไม้ที่ใช้ลูกไม้แบบเดียวกันได้เพื่อให้เข้าชุดกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรดูด้วยว่าชุดเจ้าสาวของคุณเต็มแน่นไปด้วยลูกไม้แล้วหรือยัง เพราะถ้าหากเพิ่มเวลเจ้าสาวลายลูกไม้เข้าไปอีกก็อาจจะทำให้ลุคของคุณดูเยอะเกินไปได้

  • เวลเจ้าสาวแบบมีขอบ: ทั้งแบบเลื่อมเงินหรือเลื่อมทองที่ขอบ รวมไปถึงการเย็บขอบด้วยริบบิ้น ให้ลุคที่ดูทันสมัย เรียบง่าย และโดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยเวลเจ้าสาวแบบมีขอบเข้ากันได้กับชุดแต่งงานในทุกรูปแบบเลยค่ะ
  • เวลเจ้าสาวประดับเพชร: เวลเอารูปแบบนี้มักจะประดับด้วยกากเพชรหรือคริสตัล รวมไปถึงลูกปัดและไข่มุกในขนาดต่างๆให้ดูหรูหราและงดงามทั้งด้านหน้าและด้านหลัง นอกจากนี้ การประดับเพชรลงบนเวลยังช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับเวลไม่ให้ปลิวหลุดไปได้ง่าย จึงเหมาะกับงานแต่งกลางแจ้งหรืองานแต่งริมทะเลเอามากๆเลยล่ะค่ะ

    คุณสามารถประดับเพชรลงบนเวลทั้งแบบกระจายอยู่ทั่วๆ หรือเพียงแค่บริเวณขอบของเวลก็ได้เช่นกันค่ะ

  • เวลเจ้าสาวประดับดีเทลดอกไม้: เวลรูปแบบนี้จะช่วยเพิ่มความเป็นผู้หญิงในตัวคุณให้ดูงดงาม อ่อนช้อย และนุ่มนวลเหมือนดีเทลดอกไม้ที่ประดับอยู่บนเวลของคุณ

    โดยคุณสามารถประดับดีเทลดอกไม้ลงบนเวลเจ้าสาวได้ทั้งแบบงานปักและการประดับดอกไม้ผ้าแบบ 3 มิติลงไปบนเวล และคุณยังสามารถเลือกประดับดีเทลดอกไม้ในสีสันต่างๆที่คุณชอบลงไปได้อีกด้วย เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับลุคเจ้าสาวของคุณค่ะ

  • Angelina Jolie กับเวลเจ้าสาวแบบปักลายเฉพาะ

  • ปักลวดลายแบบพิเศษเฉพาะคุณ: การปักลวดลายพิเศษเฉพาะลงบนเวลเจ้าสาว เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ใหม่มาแรงที่ว่าที่เจ้าสาวไม่ควรพลาด ตัวอย่างอันโด่งดังก็อย่างเช่นเวลเจ้าสาวของ Angelina Jolie ที่บรรจงปักลวดลายน่ารักๆที่ลูกๆของเธอได้วาดเอาไว้

    เท่าที่บรู๊คเคยเห็นเจ้าสาวสั่งตัดเวล มีหลายคนที่เลือกลวดลายที่สื่อถึงเรื่องราวพิเศษระหว่างเจ้าบ่าวและเจ้าสาว เช่น รูปคู่ รูปตัวการ์ตูนที่ใช้เรียกแทนชื่อ ลายเซ็นของทั้งคู่ หรือแม้แต่การประดับไฟลงไปบนเวล หรือคุณสามารถเลือกลวดลายที่มีความหมายกับคุณได้อย่างอิสระตามใจเลยค่ะ

ประดับ “เวลเจ้าสาว” บริเวณไหนดี?

จากที่บรู๊คได้อธิบายไปแล้วถึงเรื่องทรงผมเจ้าสาวที่มีผลต่อการเลือกระดับเวลเจ้าสาว นอกจากนี้ ตำแหน่งที่คุณประดับเวลลงบนศีรษะก็จะส่งผลต่อลุคเจ้าสาวด้วย โดยการประดับเวลสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ดังนี้ค่ะ:

  • ศีรษะส่วนบน: การประดับเวลบนศีรษะส่วนบน จะให้ลุคที่ดูหรูหราชวนฝันเหมือนกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย รวมถึงยังดูเป็นทางการมากกว่า โดยยิ่งถ้าส่วนบนของชุดแต่งงานมีดีเทลค่อนข้างหนัก เช่นเป็นชุดคอเต่า ชุดแบบผูกคอและโชว์ด้านหลัง (Halter Neck) หรือเป็นชุดมีแขน การประดับเวลระดับศีรษะส่วนบนก็จะช่วยเพิ่มสมดุลของลุคให้ดูไม่หนักเกินไปช่วงบริเวณคอค่ะ

    นอกจากนี้ การประดับเวลเจ้าสาวบริเวณศีรษะส่วนบนยังเหมาะสำหรับเจ้าสาวที่ต้องการปล่อยผมหรือเกล้าผมเพียงครึ่งหัว ก็ให้เอาเวลมาคลุมทั้งศีรษะได้เลย โดยจะให้ลุคแบบโรแมนติกและดู feminine สุดๆเลยค่ะ

  • ศีรษะส่วนกลาง: ถือเป็นระดับยอดนิยมในหมู่เจ้าสาว เช่น การประดับเวลเจ้าสาวบริเวณเหนือเกล้ามวยที่ไม่สูงมากนัก อีกทั้งยังเหมาะสำหรับเจ้าสาวที่ต้องการประดับผมด้วยดอกไม้หรือเครื่องประดับเพชรลวดลายต่างๆค่ะ
  • ศีรษะส่วนล่าง: หรือการประดับเวลบริเวณใต้มวยผมหรือบริเวณต้นคอ ให้ลุคที่ดูสบายๆไม่เป็นทางการหรือหวือหวามากนัก

ไม่ใส่ “เวลเจ้าสาว” ได้ไหม?

ขอตอบเลยว่าได้แน่นอนค่ะ หากคุณเห็นว่าการประดับเวลไม่เหมาะกับลุคเจ้าสาวของคุณ ก็ไม่มีกฎตายตัวใดๆที่บอกว่าคุณจำเป็นจะต้องประดับเวลเพื่อที่จะเป็นเจ้าสาวเลย ขอเพียงแค่คุณเลือกลุคเจ้าสาวที่ดูเป็นตัวเองมากที่สุด เท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

“เวลเจ้าสาว” ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เข้ามาช่วยเติมเต็มลุคเจ้าสาวของคุณให้ยิ่งสวยสง่าและโดดเด่น แม้จะมีเวลหลากหลายรูปแบบให้คุณเลือก ขอเพียงแค่คุณสนุกไปกับการ Mix and Match เพื่อให้ได้เวลที่เข้ากันกับชุดแต่งงานและบ่งบอกความเป็นตัวคุณมากที่สุด บรู๊คเชื่อว่าความฝันจะได้ใส่เวลที่สวยที่สุดคงอยู่ไม่ไกลแน่นอนค่ะ

และหากคุณต้องการสั่งทำแหวนเพชรแต่งงานที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณได้มากที่สุดเช่นกัน ก็สามารถเข้ามาเลือกแบบแหวนเพชรดีไซน์เฉพาะจากอโบฟไดมอนด์ได้ที่นี่เลยนะคะ

สัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวคุณเอง

เดินทางมาหาเราที่หน้าร้าน เพื่อพูดคุยกับนักอัญมณีที่พร้อมจะแบ่งปันความรู้ และให้คุณได้ทดลองสวมใส่ผลงานที่หลากหลาย เพราะนี่คือความพิเศษที่คุณจะได้รับ เฉพาะที่อโบฟไดมอนด์เท่านั้น

ติดต่อเรา