อัพเดทล่าสุด 28/06/2020 โดย Brooke Potduang

แหวนแต่งงาน: คู่มือเลือกซื้อ ฉบับเดียวที่คุณและคู่รักต้องอ่าน

คู่รักกำลังโชว์แหวน

แชร์บทความนี้

หากคุณกำลังกังวลคิดไม่ตก ว่าควรจะเริ่มมองหา “แหวนแต่งงาน” อย่างไรดี ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะเราได้รวบรวมนำเอาขั้นตอนต่างๆ ในการเลือกซื้อแหวนแต่งงาน มาให้คุณและคนรักแล้ว

ภายหลังจากที่คุณและคู่รักได้ผ่านช่วงเวลาอันแสนโรแมนติกและน่าตื่นเต้นของการเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานกันไปเรียบร้อยแล้ว ทางฝ่ายหญิงก็คงอิ่มอกอิ่มใจกับแหวนหมั้นวงสวยที่ได้มา ส่วนฝ่ายชายก็คงโล่งใจ ที่ท้ายที่สุดเราและคู่ก็จะได้ลงเอยกันอย่างมีความสุขซะที แต่เมื่อเอาเข้าจริง การขอแต่งงานและการหมั้นนั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการต้องเตรียมความพร้อมสำหรับจัดงานแต่งงานในอีกหลายๆเรื่อง! โดยเฉพาะเรื่อง “แหวนแต่งงาน” นั่นเอง

โดยหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทางคุณและคู่รักจะต้องจัดหามาให้ได้ก่อนวันแต่งงาน นั่นก็คือ การเลือกซื้อแหวนแต่งงานที่เหมาะสมกับทั้งคู่ อันจะเป็นของแทนสัญญารักของเราค่ะ

ด้วยหลายๆคู่ก็คงไม่แน่ใจว่า การซื้อแหวนแต่งงานนั้น จะเริ่มมองหาจากตรงไหนดี เพราะน้อยคนนักที่จะมีประสบการณ์ในด้านนี้มาก่อน แต่ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะเราได้รวบรวมนำเอาขั้นตอนต่างๆ ในการเลือกซื้อแหวนแต่งงาน ทำให้คุณสามารถเริ่มต้นมองหาแหวนแต่งงาน และเลือกซื้อแหวนที่เหมาะกับชีวิตคู่ของเราได้จริงๆมาฝากกัน

แต่ก่อนที่จะไปดูขั้นตอนต่างๆนั้น เรามาดูความแตกต่างกันก่อนว่า แหวนหมั้นกับแหวนแต่งงาน มีความแตกต่างกันอย่างไรค่ะ

ความแตกต่างระหว่างแหวนหมั้นกับแหวนแต่งงาน

แหวนแต่งงานคู่และกุหลาบ

ถ้าหากจะให้อธิบายแบบเข้าใจง่ายระหว่างความแตกต่างของแหวน 2 แบบนี้ ก็คงอธิบายได้ว่า

  • แหวนหมั้น เป็นแหวนที่ใช้ขอแต่งงานและทำการหมั้นกัน ซึ่งเป็นแหวนที่คุณหรือแฟนจะได้รับก่อนที่จะมีงานแต่งงานเกิดขึ้น
  • แหวนแต่งงาน เป็นแหวนที่มีการมอบให้กันระหว่างเจ้าบ่าวเจ้าสาวในวันแต่งงาน ซึ่งแหวนแต่งงานที่มาเป็นคู่นี้ ก็มักจะมีลักษณะที่คล้ายๆกัน รวมถึงมักจะเข้าคู่กันได้ดีกับแหวนหมั้น โดยส่วนใหญ่มีลักษณะเรียบๆ

อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมปฏิบัตินี้ถือเป็นค่านิยมมาจากฝรั่งเมืองนอก สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ มักจะนิยมซื้อแบบ 2-in-1 คือ แหวนหมั้นและแหวนแต่งงานในวงเดียว เพราะฉะนั้นคุณเองก็สามารถออกแบบแหวนแต่งงาน ให้ดูมีสไตล์เป็นของตัวเองแบบไม่ต้องเรียบมากก็ย่อมทำได้ค่ะ

ควรเริ่มมองหาแหวนแต่งงานเมื่อไหร่?

แหวนแต่งงาน

คุณควรเริ่มมองหาแหวนแต่งงาน เป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือนล่วงหน้าก่อนงานพิธีนะคะ เพื่อที่คู่บ่าวสาวและผู้จัดงานจะได้เตรียมตัววางแผนแต่งงานล่วงหน้าได้ทันเวลาระหว่างที่รอช่างทำแหวน

แต่ถ้าหากคุณยังคงไม่แน่ใจว่าอยากจะได้ลักษณะแหวนแต่งงานเป็นแบบไหน ก็แนะนำว่า ให้ลองใส่แหวนหมั้นติดนิ้วดูสัก 2-3 เดือน ก่อนที่จะไปติดต่อร้านเพชรเพื่อสั่งทำแหวนเพชร นั่นเป็นเพราะว่าตัวแหวนหมั้นก็มักจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันกับแหวนแต่งงาน เราจะได้มองออกว่าจริงๆแล้ว เราอยากได้แหวนแต่งงานเป็นรูปแบบไหนค่ะ

และเมื่อพร้อมจะเริ่มมองหาแบบแหวนแต่งงานแล้วก็มาดูกันเลยค่ะ ว่า การเลือกซื้อแหวนแต่งงานนั้นมีขั้นตอนอะไรบ้าง

1. ตั้งงบประมาณในใจ

สิ่งแรกที่คุณควรต้องคำนึงถึงเมื่อคิดจะมองหาแหวนแต่งงานก็คือ การกำหนดงบประมาณที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจที่จะซื้อแหวนและไม่ทำให้เรากังวลกับงบประมาณจนเกินไปนั่นเอง

แม้การกำหนดงบประมาณซื้อแหวนแต่งงานจะเป็นขั้นตอนที่ไม่โรแมนติกเอาเสียเลย แต่ก็ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากที่จะกำหนดรูปแบบในการเลือกซื้อแหวนแต่งงานที่เหลือค่ะ

โดยคนส่วนใหญ่มักจดจำกฎในการซื้อแหวนแต่งงานว่า ให้ใช้ราคาเทียบได้เท่ากับเงินเดือนของเราขั้นต่ำ 2 เดือนเป็นหลัก แต่อันที่จริงแล้ว กฎข้อนี้ก็ใช้ไม่ได้กับสถานการณ์ของคู่แต่งงานทุกคู่ เพราะแต่ละคู่นั้น ก็มีรายได้และรายจ่ายที่ไม่เท่ากัน รวมถึงมีพฤติกรรมการใช้เงินที่ไม่เท่ากันอีกด้วย

ทางที่ดี ให้ลองคำนวณงบประมาณของแหวน โดยเป็นจำนวนเงินที่คุณสามารถจ่ายคืนได้อย่างง่ายดายภายใน 1 ปี นั่นหมายความว่า ถ้าหากเราจ่ายเงินซื้อแหวนแต่งงานเป็นเงินสดภายใน 1 ปี เราก็สามารถมีรายได้สุทธิที่หักรายจ่ายแล้วคืนทุนให้กับแหวนได้นั่นเองค่ะ เพราะยิ่งสามารถคืนทุนได้เร็วเท่าไหร่ ความเครียดทางการเงินในชีวิตคู่ระยะยาวก็จะลดน้อยลงนั่นเองค่ะ

เพราะฉะนั้น สูตรคำนวณงบประมาณการซื้อแหวนง่ายๆก็จะเป็นดังนี้ค่ะ:

(รายได้ทั้งหมดต่อเดือน – รายจ่ายทั้งหมดต่อเดือน) x 12

หรือหากอยากดูวิธีคำนวณงบประมาณของแหวนอย่าละเอียด ก็สามารถเข้ามาดูได้ที่นี่

2. เลือกแบบแหวนเพชร

เมื่อกำหนดงบประมาณได้แล้ว ก็ถึงเวลามาเลือกแบบของแหวนโดยรวมว่าเราอยากจะได้แหวนเป็นแบบไหน ทั้งแหวนแบบเรียบๆ หรือแหวนที่เป็นตัวเรือนชู ซึ่งก็ถือเป็นความชอบส่วนบุคคลมากๆ ให้เลือกตามแบบที่ชอบ ดูเข้ากับบุคลิกของคุณ และรู้สึกว่าใส่ไม่เบื่อ

แบบแหวนเพรชต่างๆ

โดยแบบของแหวนแต่งงานแต่ละแบบก็จะแสดงบุคลิกลักษณะของผู้ใส่ที่แตกต่างกันไป ดังนี้ค่ะ

แหวนเพชรเม็ดเดี่ยว (Solitaire): ถือเป็นแหวนสไตล์คลาสสิคที่ใส่ยังไงก็ดูหรูหราอลังการ โดยมีเพชรเม็ดใหญ่เม็ดเดียว อยู่ตรงกลาง

แหวนเพชรแบบก้าน (Pave’): แหวนแต่งงานที่มีเพชรที่ก้านจะช่วยเสริมความโดดเด่นให้แก่เพชรเม็ดกลาง ให้ยิ่งดูระยิบระยับ เหมาะสำหรับ ผู้หญิงสมัยใหม่ที่มีความหรูเริ่ดอยู่ในตัวเอง

แหวนเพชรล้อม (Halo): ดีไซน์แบบเพชรล้อมนี้จะยิ่งช่วยเสริมให้ขนาดเพชรเม็ดกลางดูอย่างยิ่งขึ้นและยิ่งดูระยิบระยับ เหมาะสำหรับสาวสังคม ที่รักแฟชั่น

แหวนเพชรเรียง 3 เม็ด (Three Stone): โดยจะมีเพชรเม็ดใหญ่อยู่ตรงกลาง แล้วขนาบข้างด้วยเพชรเม็ดเล็ก 2 เม็ด เป็นการสื่อถึงอดีตปัจจุบันและอนาคตร่วมกันกับคู่รัก เหมาะสำหรับ ผู้หญิงที่มีใจรักความผจญภัยและมีความแข็งแกร่งในตัวเอง

แหวนเพชรวินเทจ (Vintage): แหวนแบบวินเทจนี้มีลวดลายไม่ซ้ำใคร เหมาะสำหรับผู้หญิงที่มีความโรแมนติก แต่ก็อยากเป็นตัวของตัวเอง โดยสามารถ ใช้เพชร ที่มีการเจียระไนแบบสมัยใหม่ ก็จะยิ่งทำให้แหวนเพชรแบบวินเทจนี้ ดูระยิบระยับและโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก

อ่านเพิ่มเติม: 15 แบบแหวนเพชร เจาะลึกทุกสไตล์ฮิต ที่คุณจำเป็นต้องรู้ตอนนี้

3. เลือกคุณภาพเพชร

เลือกรูปทรงของเพชร

โดยรูปทรงของเพชรนั้น มีอยู่ประมาณ 10 แบบ แต่ละแบบก็จะมีลักษณะที่สามารถแสดงออกถึงบุคลิกของเราได้แตกต่างกันไป สามารถเลือกได้ตามชอบ

ทรงเพชรที่เป็นที่นิยมมากที่สุดก็คงจะไม่พ้น เพชรทรงกลม (Round) ที่มีการเจียระไนออกมาแล้วจะสามารถเล่นแสงวิบวับได้ดีที่สุด

ดูราคากลางเพชรทรงกลมทุกขนาด ตอนนี้

ดีไซน์อื่นๆที่มีความยอดนิยมรองลงมา คือเพชรทรงแฟนซี อย่างเช่นดีไซน์ Princess ที่ถูกเจียระไนให้มีสี่มุม ทำให้ดูหรูหรา เข้ากับแบบแหวนทุกสไตล์ ดูมีความเรียบหรูแบบคลาสสิค

หรือถ้าคุณอยากได้แหวนแต่งงานที่ไม่เหมือนใคร เพชรทรง Emerald ที่เป็นทรงยาวแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก็จะทำให้เกิด effect การสะท้อนแสงคล้ายกับกระจกเงา ไม่เหมือนกับการสะท้อนแสงวิบวับของเพชรแบบอึ่นค่ะ

รูปทรงของเพชรสำหรับแหวนแต่งงาน

ตรวจสอบคุณภาพของเพชร ตามหลัก 4Cs

เมื่อได้แบบของแหวนและแบบของเพชรที่ต้องการแล้ว ทีนี้เราก็มาเลือกตัวเพชรสำหรับใส่ในแหวนแต่งงานของเรากันค่ะ

ณ ตรงนี้ก็อยากเน้นย้ำถึงเรื่องงบประมาณที่คุณได้ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ โดยการจะเลือกเพชรที่คุ้มค่า และได้คุณภาพดี ก็จะขึ้นอยู่กับหลัก 4Cs of Diamonds นั่นคือ กะรัตของเพชร (Carat), คุณภาพการเจียระไน (Cut), สีของเพชร (Color), และความสะอาดของเพชร (Clarity)

กะรัตของเพชร (Carat):

สิ่งแรกที่ควรดูก็คือการเลือกกะรัตของเพชรที่ต้องการ โดยเพชรแต่ละกะรัตก็จะมีราคาแตกต่างกันไป โดยการเลือกขนาดของเม็ดเพชรนี้ ก็จะส่งผลต่อราคามากที่สุด ยิ่งเม็ดใหญ่ก็ยิ่งมีราคาสูงขึ้น แต่ก็ยิ่งทำให้ตัวแหวนของคุณดูโดดเด่นมากขึ้นนั่นเองค่ะ

โดยสามารถอ่านวิธีคำนวณราคาเพชรต่อ 1 กะรัตเบื้องต้นได้ที่นี่เลยค่ะ

ผู้หญิงและแหวนแต่งงานเม็ดโต

คุณภาพการเจียระไน (Cut):

สิ่งที่จะทำให้เพชรสามารถส่องประกายระยิบระยับอย่างโดดเด่นได้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการส่งผ่านแสงและสะท้อนแสงออกไปจนเกิดเป็นประกายเจิดจ้า

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความงามเช่นนี้ได้ก็คือคุณภาพการเจียระไนเพชรนั่นเอง ซึ่งถ้าหากทำอย่างได้อย่างมีคุณภาพแล้วล่ะก็ เพชรของคุณก็สามารถจะฉายแสงเจิดจรัสได้ยิ่งกว่าใครๆ

โดยการดูคุณภาพการเจียระไนนั้น ก็ต้องดูให้ลึกไปกว่าแค่รูปทรงของเพชรนะคะ โดยจะต้องดูว่า ตัวเพชรนั้นเล่นกับแสงเงาเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งช่างที่มีฝีมือจะรู้วิธีเจียระไนให้ได้สัดส่วนสมดุลเกิดเป็นแหวนเพชรแวววับ จับทุกคู่สายตา

การเจียระไนเพชรไม่ดี การเจียระไนเพชรดี

ปัจจัยที่ต้องดู ก็มีทั้งความสว่างของแสงขาวที่สะท้อนออกมาจากเพชร (Brightness), การกระจายแสงขาวจากเพชรออกไปเป็นแสงสีรุ้งต่างๆ (Fire) และปริมาณแสงระยิบระยับที่เพชรเม็ดหนึ่งสร้างได้

สิ่งนี้อาจดูการยากสำหรับเราในการรู้คุณภาพการเจียระไน ทางที่ดี คุณสามารถตรวจสอบคุณภาพการเจียระไนตรงนี้ได้จาก รายงานคุณภาพของเพชรที่มีใบเซอร์ GIA

และขอแนะนำว่า ไม่ว่าจะเลือกเพชรในงบประมาณใดก็ตาม ให้เลือกคุณภาพการเจียระไนในระดับดีเยี่ยมหรือ Excellent เสมอ จึงจะถือว่าเราได้ซื้อเพชรที่คุ้มค่ากับงบประมาณที่มีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม: เพชร 3 EX คืออะไร? ทำความรู้จักกับ เหลี่ยมเพชร กันดีกว่า!

น้ำ/สีของเพชร (Color):

สีของเพชรที่บ่งบอกถึงคุณภาพที่ดีที่สุดนั้น จะเป็นเพชรที่ไร้สีไปเลย นั่นก็คือเพชรที่มีสีใสบริสุทธิ์ ทำให้สามารถสะท้อนแสงได้อย่างดีเยี่ยม

สีของเพชร-แหวนแต่งงาน

โดยเพชรที่ขาวสะอาดที่สุดนั้น จะเป็นเพชรที่อยู่ในระดับ D Color และไล่ระดับสีไปจนถึงตัวอักษร Z ซึ่งจะมีสีที่ขุ่นกว่า อาจเป็นสีออกเหลืองอ่อนหรือสีออกน้ำตาลอ่อนๆ ซึ่งคุณภาพสีของเพชรนั้นจะมีระบุอยู่ในใบ Certificate ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม: เพชรน้ำ 100% / D Color น่าซื้อไหม? ซื้อเพชรทั้งทีต้องให้คุ้ม!

ความสะอาดของเพชร (Clarity):

การดูความสะอาดของเพชร คือการดูว่าเพชรของคุณมีตำหนิตรงไหนบ้าง ยิ่งถ้าเป็นเพชรระดับ D Color และไร้ตำหนิเลยนั้น เรียกว่าหายากมากๆ โดยไล่ระดับความสะอาดของเพชรได้ดังนี้ค่ะ

Flawless (FL): ไร้รอยตำหนิใดๆทั้งสิ้น

Internally Flawless (IF): ไร้รอยตำหนิภายในใดๆทั้งสิ้น

Very, Very Slightly Included (VVS1 และ VVS2): รอยตำหนิภายในจางมากๆแทบดูไม่ออกเมื่อส่องกล้อง

Very Slightly Included (VS1 และ VS2): เห็นรอยตำหนิภายในได้เมื่อสังเกตดีๆ ตอนส่องกล้องแต่ก็ยังถือว่าเล็กน้อย

Slightly Included (SI1 และ SI2): สามารถเห็นรอยตำหนิภายในได้เมื่อส่องกล้อง

Included (I1, I2, และ I3): เห็นรอยตำหนิชัดเจนเมื่อส่องกล้อง ทำให้ส่งผลต่อความใสของเพชรและการส่องประกายของเพชรค่ะ

อ่านเพิ่มเติม: ความสะอาดของเพชร ตำหนิเพชร VS VVS SI เรื่องที่คุณต้องรู้!

เลือกวัสดุตัวเรือนแหวน

การเลือกวัสดุตัวแบบแหวนที่เหมาะสมและแมทช์กับดีไซน์เพชรทั้งหมดของเรา จะทำให้แหวนมีลุคที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงการดูแลรักษาก็จะแตกต่างกันออกไปตามแต่ชนิดของวัสดุด้วยค่ะ

วัสดุตัวเรือนแหวนทองสีต่างๆ

โดยคุณสามารถเลือกได้ตามงบประมาณและความชอบดังนี้ค่ะ

ทองคำ: ประกอบด้วยทองบริสุทธิ์ 18k

Rose Gold: เป็นทองคำ 18k ที่ดูแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นดูโรแมนติก เกิดจากการนำเอาส่วนผสมของทองเหลืองนวลและทองแดงมาผสมเข้าด้วยกัน จนได้เป็นแร่สีโรสโกลด์ขึ้นมา

ทองคำขาว: เป็นทองคำ 18k เช่นกัน แต่ด้วยตัวเรือนเป็นสีขาวจึงเข้ากับหัวเพชรเป็นอย่างดี โดยมีราคาที่ต่ำกว่าวัสดุแพลตตินั่ม แต่ลักษณะคล้ายกันมาก

แพลตตินั่ม: เป็นหนึ่งในแร่ที่หายากที่สุดในโลก ยากยิ่งกว่าทองคำ โดยมีสีขาวตามธรรมชาติ ไม่ต้องคอยนำไปชุบสี แต่ก็มีราคาที่แพงกว่าวัสดุอื่นๆ เมื่อขายต่อมักไม่ได้ราคา จึงไม่เป็นที่นิยมในไทย

อ่านเพิ่มเติม: ทองคำขาว / แพลตตินั่ม / ทอง 90 / ทอง 18K ต่างกันอย่างไร?

สรุป การเลือกซื้อแหวนแต่งงาน ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

ถ้าหากถึงวันที่คุณต้องเลือกซื้อแหวนแต่งงานกับคู่ชีวิตขึ้นมาจริงๆ ก็อย่าได้กลัวไปเลยค่ะ ตั้งสติให้ดี แล้วจับเข่าคุยกันกับคู่ของคุณว่ามีงบประมาณร่วมกันเท่าไหร่ อยากได้แหวนแบบไหนที่แทนคุณค่าต่อจิตใจของคุณทั้งสองได้มากที่สุด แล้วเดินเข้าไปหาร้านเพชรที่มีคุณภาพ เลือกเพชรที่มีคุณภาพดี ได้มาตรฐาน และอยู่ในงบประมาณ

เพียงเท่านี้ งานแต่งงานของคุณก็จะสมบูรณ์ขึ้นอีกขั้น ด้วยแหวนที่แทนสัญญารักของคนทั้งสองนั่นเองค่ะ

และถ้าหากคุณกำลังมองหาเพชรคุณภาพงดงาม ในราคาที่สมเหตุสมผล สามารถติดต่อ Above Diamond ได้ตอนนี้เลยนะคะ

สัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวคุณเอง

เดินทางมาหาเราที่หน้าร้าน เพื่อพูดคุยกับนักอัญมณีที่พร้อมจะแบ่งปันความรู้ และให้คุณได้ทดลองสวมใส่ผลงานที่หลากหลาย เพราะนี่คือความพิเศษที่คุณจะได้รับ เฉพาะที่อโบฟไดมอนด์เท่านั้น

ติดต่อเรา