อัพเดทล่าสุด 08/07/2020 โดย Above Diamond

แหวนพลอยนพเก้า: เลือกอย่างไรให้ได้พลอยแท้เนื้อดี

แหวนทองนพเก้า

แชร์บทความนี้

หากคุณกำลังมองหา “แหวนพลอยนพเก้า” คุณจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าแหวนวงที่ต้องการ เป็นพลอยเนื้อดีและถูกหลักการเสริมดวงจริงๆ?

หากคุณต้องการซื้อแหวนเพชรสักวง สิ่งที่คุณต้องดูก็คือ “คุณภาพของเพชร” ว่าเป็นเพชรแท้มีใบเซอร์ มีระดับความสะอาดของเพชรและน้ำเพชรยอดเยี่ยม ทำให้เห็นว่าแค่อัญมณีเพชรประเภทเดียวก็มีเรื่องหลากหลายให้ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ แล้วสำหรับ“แหวนพลอยนพเก้า”ล่ะ ที่บนเรือนแหวนอัญมณีอยู่มากถึง 9 ชนิด คุณจะเลือกอย่างไรให้ได้แหวนพลอยนพเก้าที่เป็นพลอยแท้เนื้อดีและตรงตามหลักโหราศาสตร์จริงๆ?

แหวนพลอยนพเก้าคืออะไร?

ความหมายของแหวนนพเก้า

“แหวนพลอยนพเก้า” เป็นหนึ่งในประเภทของแหวนเสริมดวงที่ประดับไปด้วยพลอยมงคลทั้ง 9 ชนิด สามารถเสริมสิริมงคลให้แก่ตัวผู้สวมใส่ โดยจะประกอบไปด้วยอัญมณีทั้ง 9 ชนิด ดังนี้:

  1. เพชร หมายถึง การเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ได้รับความร่ำรวยและมีชัยแก่ศัตรู
  2. มณี (ทับทิม) หมายถึง ลาภยศและความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ความสำเร็จ และการมีอายุยืนยาว
  3. มรกต หมายถึง ความกล้าหาญ คุ้มครองภัยอันตราย และความศรัทธา
  4. บุษราคัม หมายถึง ความมีเสน่ห์เป็นที่รัก
  5. โกเมน หมายถึง การมีอายุยืนนาน ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
  6. นิลกาฬ (ไพลิน) หมายถึง ความรักความเมตตากรุณา และทรัพย์สินเงินทอง ความร่ำรวย
  7. มุกดาหาร หมายถึง ความบริสุทธิ์ สงบร่มเย็น และชนะศัตรู
  8. เพทาย หมายถึง ชัยชนะในคดีความและข้อขัดแย้ง รวมไปถึงความร่ำรวย
  9. ไพฑูรย์ (ตาแมว) หมายถึงการคุ้มครองปกปักรักษาโดยเทวดา ป้องกันภัยและอุบัติเหตุต่างๆ

อ่านต่อ: แหวนนพเก้า ความหมาย ความเชื่อ และเรื่องราวกว่า 100 ปี

คุณจะเห็นได้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ “แหวนพลอยนพเก้า” ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ด้วยความเชื่อในการสวมแหวนเสริมดวงที่เพิ่มขึ้นอันจะช่วยเสริมให้ชีวิตของคุณมีแต่ความราบรื่น เงินทองไหลมาเทมา ก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน และในด้านสุขภาพ

จึงทำให้มีธุรกิจนับไม่ถ้วนที่ถือโอกาสทำแหวนพลอยนพเก้าออกมาขายอย่างเกลื่อนกลาด และก็มีลูกค้าหลายท่านที่รีบตัดสินใจซื้อด้วยเรื่องความศรัทธาในพลังของแหวนเสริมดวงเพียงอย่างเดียว ทำให้ได้แหวนที่แม้จะมีราคาย่อมเยาว์  แต่กลับประดับอัญมณีปลอม ด้อยคุณภาพ หรือบางทีก็ไม่ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์ของแหวนเสริมดวง

แหวนพลอยนพเก้า ไม่ได้หาง่ายอย่างที่คิด

แหวนนพรัตน์

แม้ในปัจจุบันจะดูเหมือนว่าคุณสามารถหาแหวนพลอยนพเก้าได้ตามแหล่งค้าอัญมณีทั่วไปที่มีอยู่ทั่วทุกหัวระแหง แต่การที่คุณจะได้แหวนพลอยนพเก้าที่คุ้มค่าคุ้มราคาและเป็นของแท้นั้น ถือว่าหายากมาก

สิ่งที่คุณอาจประสบเมื่อต้องการซื้อแหวนพลอยนพเก้า แต่ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้ออัญมณีที่เพียงพอก็คือ

  1. ได้แหวนพลอยปลอม: โดยเฉพาะเมื่อแหวนพลอยนพเก้าวงนั้นๆมีราคาอยู่ที่เพียงระดับหลักพันต้นๆ ก็มีโอกาสสูงมากที่ผู้ขายจะสลับใช้พลอยปลอมที่สังเคราะห์จากแก้วหรือพลาสติก หรือแม้แต่พลอยสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติเหมือนพลอยแท้เกือบทุกประการ ที่เรียกกันว่า “พลอยอัด”หากเป็นเช่นนี้ ก็อาจทำให้พลังอานุภาพของแหวนเสริมดวงที่คุณควรได้รับจริงๆเสื่อมถอยลงไป หรือเมื่อซื้อแหวนมาแล้วกลับไม่ได้รับผลใดๆตามที่คาดหวัง เพราะผิดหลักโหราศาสตร์ ทำให้ทำให้คุณซื้อแหวนพลอยนพเก้าวงนั้นๆ ได้ไม่คุ้มราคา หรือซื้อมาเสียของครับ
  2. ประดับพลอยผิดหลัก: หรือถ้าหากผู้ขายยอมใช้พลอยแท้ แต่ก็อาจจะประดับพลอยแบบผิดหลัก โดยสลับเอาพลอยประเภทอื่นที่มีราคาถูกกว่าแต่สีสันใกล้เคียงกันมาใส่แทนเพื่อลดต้นทุน ก็อาจทำให้คุณไม่ได้ผลลัพธ์จากแหวนพลอยนพเก้าตามที่ต้องการได้
  3. ได้แหวนพลอยเนื้อด้อยคุณภาพ: ในกรณีที่ผู้ขายไม่ได้คัดเลือกพลอยอย่างละเอียดมากพอ คุณอาจได้พบเจอพลอยที่มีสีซีด มีตำหนิมาก และคุณภาพไม่ดีมาให้คุณ ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า ทำให้แหวนพลอยนพเก้าของคุณ ไม่คงทน พลอยเปราะแตกง่าย และไม่สามารถเจียระไนให้สวยเล่นไฟได้

เราจึงอยากให้คุณดูพลอยบนแหวนพลอยนพเก้าให้เป็น จะได้เลือกซื้อแหวนเสริมดวงประเภทนี้ได้อย่างคุ้มค่า ได้พลอยคุณภาพและถูกหลักจริงๆ ในบทความนี้ เราจึงอยากบอกต่อถึงวิธีการดูพลอยแท้ และดูคุณภาพของอัญมณีแต่ละชนิดมาฝากกันครับ

แหวนพลอยนพเก้า: เลือกอย่างไรให้ได้พลอยแท้

ก่อนอื่น เราอยากให้คุณทำความรู้จักกับธรรมชาติของพลอยแท้ และรู้วิธีแยกแยะเบื้องต้นว่าพลอยเม็ดไหนเป็นของแท้ เม็ดไหนเป็นของปลอมหรือของสังเคราะห์ เพื่อเป็นการสกรีนเบื้องต้นให้คุณอุ่นใจได้ในระดับแรก ว่าอย่างน้อยจะได้ครอบครองอัญมณีแท้ที่มีมูลค่าครับ ต้องทำอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ

แหวนนพเก้า

  1. ดูประกายไฟ: โดยปกติแล้ว อัญมณีแท้จะมีประกายสะท้อนออกมาอยู่ 2 แบบ นั่นก็คือ ประกายสีขาวและเทา ที่เรียกว่า “Brilliance” และประกายสีรุ้งที่สะท้อนออกมา โดยเรียกว่า “Fire” หากพลอยเม็ดไหนมีประกายสีรุ้งส่องออกมามากกว่าประกายแบบ Brilliance ก็ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนได้เลยว่า พลอยเม็ดนั้นๆจะเป็นพลอยปลอม เพราะพลอยสังเคราะห์ที่ทำจาก Cubic Zirconia (CZ) เหล่านี้ จะมีคุณสมบัติกระจายแสงแบบแท่งปริซึมที่สูง ทำให้เมื่อนำมาส่องไฟ จะเห็นแสงสะท้อนเป็นประกายสีรุ้งที่ชัดเจน ยกเว้นพลอยตระกูล Zircon
  2. ดูตำหนิ: การดูตำหนิพลอยนพเก้า ในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงการค้นหาพลอยที่มีตำหนิน้อยที่สุด นั่นเป็นเพราะพลอยแท้จากธรรมชาติมักจะมีตำหนิในเนื้อพลอยติดมาด้วยเสมอ หากเป็นพลอยแท้ที่ไม่มีตำหนิจริงๆ ก็จะมีราคาสูงมาก ทำให้ถ้าหากคุณพบแหวนพลอยนพเก้าที่ตัวพลอยไม่มีตำหนิเลย แต่ยังสามารถนำมาขายได้ในราคาถูก ก็ให้สงสัยไว้ได้เลยว่า แหวนพลอยนั้นๆอาจจะใช้พลอยปลอมหรือพลอยสังเคระห์
  3. ดูสีของพลอย: การดูสีพลอยนั้นจำเป็นต้องแยกออกการวิเคราะห์ออกเป็นตะกูล ซึ่งการดูสีพลอยตัวอื่นๆในนพเก้าต้องอาศัยความรู้และการจดจำว่าพลอยชนิดนั้นมีสีอะไรโทนไหน แต่กับ ไพลิน หากอยู่ในราคาที่ไม่สูง จะยากมากที่สีจะเสมอกัน และส่วนมากในเนื้อของไพลินมักพบตำหนิเส้นสีขึ้นอยู่ในเนื้อพลอย ซึ่งหากพบไพลินที่สีเสมอกันและใสมากๆอยู่ในราคาที่ไม่สูง อาจเป็นไปได้ว่าเป็นพลอยสังเคราะห์ หรือพลอยปลอม

เมื่อคุณสามารถแยกแยะพลอยแท้กับพลอยปลอมในเบื้องต้นได้แล้ว ทีนี้ก็มาดูกันดีกว่าครับ ว่าคุณจะสามารถเลือกเพชรและพลอยคุณภาพดีได้อย่างไรบ้าง

การดูเพชรน้ำดี

การดูเพชรบน "แหวนพลอยนพเก้า"

บนแหวนพลอยนพเก้า “เพชร” เป็นอัญมณีที่เลอค่าที่สุด  ด้วยคุณสมบัติความแข็งแกร่งที่ไม่เหมือนอัญมณีชนิดอื่นๆ และอย่างที่ผู้เชี่ยวชาญของเราได้กล่าวเกี่ยวกับวิธีเลือกซื้อเพชรแท้อยู่ในหลากหลายบทความของเรา การจะเลือกเพชรแท้คุณภาพดีหัวใจสำคัญจะอยู่ที่หลัก 4Cs นั่นก็คือ กะรัตของเพชร (Carat), คุณภาพการเจียระไน (Cut), สีของเพชร (Color), และความสะอาดของเพชร (Clarity)

โดยกะรัตเพชร ก็คือขนาดของเพชรตามน้ำหนักที่คุณต้องการ อันจะส่งผลต่อราคามากที่สุด โดยหากยิ่งมีขนาดที่ใหญ่ก็ยิ่งมีราคาที่สูง

อย่างไรก็ดี บนแหวนพลอยนพเก้า เพชรที่คุณจะนำมาประดับก็จะมีขนาดเท่าๆกันกับพลอยเม็ดอื่นๆ ทำให้กะรัตเพชรอาจไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการดูคุณภาพเพชรขนาดนั้น เราอยากให้คุณให้ความสำคัญไปที่ความสะอาดของเพชร (Clarity) ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดว่าเพชรที่อยู่บนแหวนพลอยนพเก้าของคุณนั้น จะเปล่งประกายเจิดจ้าแค่ไหน ไม่ว่าจะมีขนาดเท่าไหนก็ตาม ซึ่งหากคุณเลือกเพชรที่มีระดับความสะอาด ตั้งแต่ VVS1, VVS2, VS1 และ VS2 จะทำให้คุณได้เพชรใสและมีตำหนิน้อยจนแทบมองไม่เห็น

สำหรับน้ำเพชร เราขอแนะนำให้คุณเลือกเพชรที่มีระดับสี Colorless (ระดับ D, E, F) และ Nearly Colorless (ระดับ G, H, I, J) ที่จะเป็นเพชรใส แทบไม่มีสีอื่นเจือปน รวมถึงหากเป็นไปได้ ให้เลือกเพชรที่มีคุณภาพการเจียระไนแบบเพชร 3EX ที่มีการเจียระไนในระดับยอดเยี่ยม 3 ประการ นั่นก็คือ Cut, Polish และ Symmetry

รวมถึงทุกครั้งที่คุณซื้อเพชร ก็อย่าลืมถามหาใบเซอร์เพื่อที่คุณจะสามารถมั่นใจได้ว่าเพชรที่คุณได้รับบนแหวนพลอยนพเก้า จะเป็นเพชรแท้และมีคุณภาพตรงตามที่ตกลงซื้อกับทางร้านเอาไว้ด้วยครับ

อ่านต่อ: 3 วิธีดูเพชรแท้ เพชรเทียม แบบชัวร์ๆ ให้คุณดูเพชรได้ทุกแบบ

การดูพลอยเนื้อดี

การดูพลอยเนื้อดี บน "แหวนพลอยนพเก้า"

การดูว่าพลอยเม็ดไหนเป็นพลอยสวยนั้น สามารถออกที่ให้การรับรองคุณภาพพลอยโดยละเอียด แต่อันที่จริงแล้ว คุณก็สามารถใช้หลัก 4Cs ในการพิจารณาได้เช่นเดียวกับเพชรนะครับ เพียงแต่ว่าในการดูพลอยนั้น การจัดลำดับความสำคัญของปัจจัยทั้ง 4 จะแตกต่างไปจากเพชร

ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดราคาหลักของเพชรก็คือปัจจัยด้านน้ำหนักกะรัต รองลงมาก็จะเป็นความสะอาดของเพชร สีและการเจียระไนตามลำดับ แต่สำหรับการดูพลอยแล้ว จะจัดลำดับความสำคัญของปัจจัย 4Cs ดังนี้ครับ

  1. น้ำ/สี (Color): การดูว่าพลอยเม็ดใดสวย ก็ให้ดูที่สีของพลอยเป็นหลัก ที่ควรมีความเข้มของสีชัดเจน แต่ก็ไม่ได้มีสีที่สดเกินเหมือนพลอยปลอม หรือหากมีสีที่ซีดเกิน ก็จะเป็นพลอยที่ไม่ได้มีมูลค่ามากนัก
  2. ความสะอาด (Clarity): นอกจากนี้ พลอยธรรมชาติก็มักจะมีตำหนิในตัว โดยเฉพาะมรกต ที่อาจมีตำหนิได้มากกว่าอัญมณีอื่นๆในตระกูลเดียวกัน โดยอัญมณีที่มีตำหนิต่ำจริงๆมักจะหายากและมีราคาสูงมากๆ ดังนั้น คุณควรเลือกพลอยที่มีตำหนิได้ แต่ตำหนิไม่ควรจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความแข็งแรงคงทนของอัญมณี เช่น หากพลอยมีตำหนิมากบริเวณขอบหรือมีรอยร้าว ก็จะเป็นพลอยที่คุณไม่ควรซื้อมาประดับบนแหวนพลอยนพเก้าครับ
  3. คุณภาพการเจียระไน (Cut): หลักการเจียระไนพลอยจะมีลักษณะเช่นเดียวกันกับการเจียระไนเพชร ที่ต้องดูหลากหลายปัจจัยควบคู่กันไป ทั้งรูปร่าง ความลึกและความกว้างของพลอยที่เจียระไน รวมไปถึงหน้าตัดที่สมมาตร โดยหากเจียระไนลึกจนเกินไป แสงที่เข้ามาตกกระทบจะสะท้อนออกไปทางด้านข้าง ทำให้พลอยดูหมองลง แต่ถ้าเจียระไนตื้นจนเกินไป แสงก็จะหายไปที่สวนก้นของพลอย ทำให้ดูไม่เป็นประกายครับ
  4. น้ำหนักกะรัต (Carats): สำหรับการเลือกซื้อพลอยคุณภาพดีนั้น น้ำหนักกะรัตกลับเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญน้อยที่สุด โดยแม้พลอยที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะมีราคาเพิ่มขึ้นก็จริง แต่ในการกำหนดราคาของพลอยก็จะให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นๆควบคู่กันไปด้วย ทั้งสี ความสะอาด และคุณภาพการเจียระไนครับ

และเนื่องจากแหวนพลอยนพเก้าประกอบไปด้วยอัญมณีและพลอยมากถึง 9 ชนิดที่มีคุณสมบัติแร่ที่แตกต่างกันไป ทำให้การจะดูพลอยแท้เนื้อดี จึงต้องดูคุณสมบัติของแร่และอัญมณีที่แตกต่างกัน โดยจัดกลุ่มประเภทของอัญมณีได้อีก 5 ประเภท ดังนี้ครับ

1. พลอยตระกูล Sapphire & Garnet (บุษราคัม ไพลิน ทับทิม และโกเมน)

พลอยตระกูล Sapphire สำหรับ "แหวนพลอยนพเก้า"

พลอยตระกูล Sapphire เป็นพลอยที่มีเนื้อแข็งรองลงมาเป็นอันดับ 2 รองจากเพชรโดยความแข็งจะอยู่ที่ระดับ 9 โดยเป็นกลุ่มแร่ประเภทอลูมิเนียมออกไซด์ ที่ประกอบไปด้วยแร่ธาตุที่แตกต่างกัน เช่น เหล็ก ไทเทเนียม โครเมียมทองแดง และแมกนีเซียม ที่ให้สีแก่พลอยได้แตกต่างกัน ส่วนพลอยตระกูล Garnet มีความแข็งอยู่ระดับ 6.5 – 7.5 โดยแท้จริงแล้ว โกเมนนั้นมีหลายสีเช่น ชมพู ม่วง และเขียวแต่สีที่ถูกใช้ในนพเก้าจะเป็นสีแดงก่ำที่เรียกว่า Pyrope อัญมณีบนแหวนพลอยนพเก้าที่อยู่ในตระกูล Sapphire และ Garnet ก็คือ บุษราคัม ไพลิน ทับทิม และโกเมน ซึ่งมีสีสันรวมถึงระดับความหายากที่แตกต่างกันไป

ความแตกต่างระหว่างทับทิมและโกเมน บน "แหวนพลอยนพเก้า"

โดยปกติแล้ว อัญมณีที่อาจมีปัญหาสร้างความสับสนก็คือทับทิมและโกเมน โดยทับทิมมักมีราคาที่สูงกว่าโกเมน และทั้งคู่ปรากฏอยู่บนแหวนพลอยนพเก้าที่ให้ผลเสริมดวงแตกต่างกัน คุณจึงควรแยกความแตกต่างระหว่างอัญมณีทั้งสองให้ดี เพื่อกันไม่ให้ผู้ขายสลับเอาแร่ที่มีราคาถูกกว่ามาใส่

ความแตกต่างระหว่างทับทิมกับโกเมนก็คือ หากสังเกตสีของพลอยแล้วพบว่ามีสีออกโทนส้มหรือโทนน้ำตาล เจือมามากกว่าจะเป็นสีแดงทั้งหมดหรือแดงอมน้ำเงินหรือม่วง ให้มองไว้ก่อนเลยว่านี่อาจจะเป็นโกเมน ไม่ใช่ทับทิม และถ้าส่องด้วยกล้อง หากเห็นประกายแสงสีเขียวและเหลืองออกมา พลอยเม็ดนั้นก็คือโกเมนเช่นกันครับ เพราะคุณสมบัติของสีทัมทิบจะดูดแสงสีเขียวและเหลืองเอาไว้ ทำให้มองไม่เห็นหากส่องด้วยกล้องครับ

2. มรกต

มรกตเจียระไน

มรกตคืออัญมณีสีเขียวที่มาจากแร่เบริล ซึ่งถูกปนเปื้อนด้วยแร่โครเมียมและวานาเดียม มรกตที่ดีมักมาจากประเทศโคลอมเบีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตมรกตคุณภาพสูงและมีความชัดของสีเขียวเข้มข้น แต่ในปัจจุบันมรกตจากประเทศแซมเบียก็เริ่มก้าวขึ้นมาเป็นที่นิยม เพราะมีสีเขียวเข้มเช่นกันและยังมีตำหนิที่น้อยกว่า

โดยในการเลือกมรกต จะดูที่สีเป็นหลัก โดยมรกตที่ดีไม่จำเป็นจะต้องมีสีเข้มเสมอไป แต่จะขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 ปัจจัย นั่นก็คือ เฉดสี (Hue) เช่น สีเขียวอมเหลืองหรือเขียวอมน้ำเงิน, ความสว่างของสี (Tone) เช่น สีเขียวเข้มหรือสีเขียวอ่อน, และความเข้มของสี (Saturation) อันเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้มรกตดูโดดเด่นจับตา เช่น หากคุณซื้อมรกตที่มีสีเข้มปานกลาง แต่ว่ามีความเข้มของสีต่ำ พอดูโดยรวมก็จะดูจืดชืดไม่ได้น่าสนใจมากนัก แต่ในบางครั้ง ถ้าหากคุณเลือกมรกตที่มีสีอ่อน แต่ว่าความเข้มของสีชัดเจน ก็จะส่องประกายดูสะดุดตาได้มากกว่าครับ

อ่านต่อ: เปิดทุกเรื่องราว “มรกต” อัญมณีสีเขียวเปี่ยมสเน่ห์ที่คุณต้องรู้!

3. เพทาย

เพทาย (Zircon)

Credit: Pinterest

เพทาย (Zircon) เป็นแร่ประเภทซิลิเกต มีสูตรเคมีว่า zirconium silicate (ZrSiO4) ถือเป็นหนึ่งในอัญมณีที่มีระดับความแข็งอยู่ที่ 7 – 7.5 โดยสามารถพบเจอได้แทบจะทุกสี โดยสีที่หายากที่สุดก็คือเพทายไร้สี ซึ่งจะมีการปนเปื้อนของแร่ธาตุอื่นน้อยที่สุด สีของเพทายที่มีราคาสูงที่สุดจะเป็นเพทายสีฟ้า ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือโดยกระบวนการเผาเพทายดิบจนเปลี่ยนสีก็ได้ครับ สำหรับเพทายที่ใช้บนแหวนพลอยนพเก้าตั้งแต่โบราณจะเป็นเพทายสีแดงหรือน้ำตาลแดง ซึ่งเป็นสีธรรมชาติครับ

รูปแบบการเจียระไนเพทายที่ดีที่สุด ก็คือการเจียระไนแบบ Brilliant Cut หรือแบบกลมเช่นเดียวกับเพชร เนื่องจากเพทายมีคุณสมบัติกระจายแสงได้ดี คล้ายคลึงกับเพชรอย่างมาก การเจียระไนเพทายในรูปแบบนี้จึงทำให้อัญมณีสามารถเปล่งประกายได้เต็มที่

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของเพทายก็คือ จะเป็นอัญมณีที่ค่อนข้างมีระดับความสะอาดสูง จึงดูสดใส ไม่ค่อยมีตำหนิ แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากเพทายเป็นพลอยธรรมชาติ จึงมีโอกาสมีตำหนิได้เช่นกัน โดยตำหนิเหล่านี้สามารถส่องพบได้ทั่วไปผ่านกล้องส่องเพชรครับ

และด้วยความที่เพทายเป็นแร่ที่มีความหนาแน่นสูง จึงมีน้ำหนักมากกว่าพลอยทั่วไปเมื่อเทียบในขนาดเดียวกัน จึงมักพบพลอยเพทายในขนาดเล็กมากกว่าจะเป็นเพทายขนาดใหญ่ และเพทาย 1 กะรัตมีขนาดเล็กกว่าเพชรได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ครับ

4. มุกดาหาร

มุกดาหาร (moonstone)

Credit: Pinterest

มุกดาหาร (Moonstone) มีชื่อทางเคมีว่า Sodium Potassium Aluminium Silicate ((Na,K)AlSi3O8) จัดอยู่ในกลุ่มแร่ Feldspar ถือเป็นอัญมณีที่มีความพิเศษด้วยสีสันอันเป็นเอกลักษณ์และมีเลื่อมพรายภายในตัว ทำให้ดูลึกลับน่าค้นหาและดูงดงามในเวลาเดียวกัน โดยเมื่อแสงตกกระทบลงบนมุกดาหาร ก็จะเกิดการสะท้อนเด่นชัดด้วยสีแบบเลื่อมที่แตกต่างกันไปราวกับหมอกเมฆที่อยู่ภายในอัญมณี

การเลือกมุกดาหารที่สวยจะต้องดู 2 ปัจจัย นั่นก็คือ สีพื้นที่ควรดูใส ไม่มีสีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีเขียวปน และลักษณะการกระจายแสงที่ให้สีสดใส ไม่ดูหมอง

นอกจากนี้ มุกดาหารมักถูกเจียระไนให้เป็นทรงหลังเบี้ยหรือที่เรียกว่า Cabochon ที่จะทำให้มุกดาหารสามารถโชว์ประกายสีและการสะท้อนแสงได้ดูมีมิติลับน่าค้นหามากที่สุด โดยที่หลังเบี้ยควรมีความหนาแต่พอดี ไม่แบนจนเกินไป มิฉะนั้นจะไม่สามารถสะท้อนแสงได้สวยและมีราคาต่ำครับ

5. ไพฑูรย์ (Cat’s eye)

ไพฑูรย์ (Cat’s eye)

Credit: Pinterest

ไพฑูรย์หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าพลอยตาแมว ถือเป็นอัญมณีจำพวก Chrysoberyl ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยลักษณะการกระจายแสงแบบที่เรียกว่า Chatoyancy อันเกิดจากรอยตำหนิภายในที่เป็นเส้นไฟเบอร์ขนานกันไปทั่วทั้งอัญมณี

คุณสามารถเลือกไพฑูรย์คุณภาพโดยดูจากลักษณะการสะท้อนแสงแบบตาแมว ที่ยิ่งดูแวววาวมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี อย่างไรก็ดี ถ้าหากไพฑูรย์เม็ดนั้นๆมีสีซีดหรือดูเงามันมากจนไม่เป็นธรรมชาติ ก็อาจจะเป็นไพฑูรย์ปลอมได้ครับ

เสริมดวงด้วยพลังจากพลอยแท้

ดังนั้น ถ้าคุณตั้งใจจะซื้อแหวนเสริมดวงที่สามารถเข้ามาช่วยเสริมพลังในด้านต่างๆให้กับชีวิตคุณแล้วนั้น คุณก็ควรเลือกใช้อัญมณีและพลอยแท้ที่ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์จริงๆจะดีกว่า เพื่อที่คุณจะได้รับผลลัพธ์ตรงตามความคาดหวังอย่างเต็มที่ และเราหวังว่าบทความละเอียดชิ้นนี้จะช่วยให้คุณสามารถดูเนื้อพลอยแท้คุณภาพดีเป็น สำหรับนำมาประดับบนแหวนพลอยนพเก้าของคุณได้นะครับ

แหวนพลอยนพเก้า

คุณสามารถแวะเข้ามาชมแหวนพลอยนพเก้า รังสรรค์ด้วยพลอยแท้เนื้อดีจากแหล่งดัง คัดเม็ดต่อเม็ดโดยผู้เชี่ยวชาญ ของเราได้ที่ ร้านเพชร Above Diamond นะครับ

สัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวคุณเอง

เดินทางมาหาเราที่หน้าร้าน เพื่อพูดคุยกับนักอัญมณีที่พร้อมจะแบ่งปันความรู้ และให้คุณได้ทดลองสวมใส่ผลงานที่หลากหลาย เพราะนี่คือความพิเศษที่คุณจะได้รับ เฉพาะที่อโบฟไดมอนด์เท่านั้น

ติดต่อเรา